゙• Depapepe

: Depapepe - デパペペ :
ก่อตั้งวงครั้งแรกเมื่อ ปี 2002 ทำอัลบั้มอินดี้ (ใต้ดิน) อยู่ 3 อัลบั้ม

หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2005 ก็ออกอัลบั้มบนดินอัลบั้มแรก มีชื่ออัลบั้มว่า Let's Go!!! ในสังกัดของ Sony Music Japan

Depapepe เป็นชื่อวงที่เกิดจากการเล่นคำ โดยนำชื่อเล่นของสมาชิกใน วงทั้ง 2 คน มาต่อกัน คือ Depa + Pepe

Depapepe เป็นวงมาจากญี่ปุ่น มีสมาชิก 2 คนด้วยกัน ก็ตอนแรกเล่นใต้ดินและพอผลงานเป็นที่รู้จักก็ขึ้นมาบนดินแล้วล่ะ แนวเพลงเป็นการถ่ายทอดอารมณ์เพลงผ่านกีตาร์ โดยมีทั้งเพลงช้าและเร็ว เน้นจินตนาการ ไม่มีการร้องประกอบนะ ใช้กีตาร์ถ่ายทอดอารมณ์ออกมา

ทาคุยะ มิอุระ [ Takuya Miura] Depa
มาจาก : Nada-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 5 เมษายน 1983
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Deppa, Depa-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B, Nuno Bettencourt, Michael Schenker
วิชาที่ถนัด : คณิตศาสตร์
วิชาที่ไม่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น สังคมศึกษา
อาหารที่ทำได้ : Stir-fried rice
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : Father, Taku-san
งานอดิเรก : เดินและมองไปในสวนหรือสนามหญ้าพร้อมทำตัวให้สบาย
หนังสือเล่มโปรด : One Piece, Beck
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ที่บ้าน
คอนเสิร์ตครั้งแรก : B’z’
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Osama Fuka-Murasaki Densetsu

โยชินาริ โทคุโอกะ [ Yoshinari Tokuoka] Pepe
มาจาก : Suma-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 15 กรกฎาคม 1977
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Taku-san, Pepe-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B,Jun Kajiwara
วิชาที่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น, ยิมนาสติก
วิชาที่ไม่ถนัด : คณิตศาสตร์
อาหารที่ทำได้ : Dried curry, recipes using ponzu sauce
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : My parents, Jun Kajiwara, Hi-Standard
งานอดิเรก : ตกปลา
หนังสือเล่มโปรด : Acoustic Guitar Magazine
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ในห้องตัวเอง
คอนเสิร์ตครั้งแรก : Stevie Wonder’s
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Hikaru Genji, Katsumi


ลองหาฟังได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=BrhMYsgub_s&feature=related

วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

゙• เฉลยข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ ฮา







เครดิตจาก เด็กดี ดอทคอ
เครดิต : เด็กดีดอทคอม

゙• กำเนิดโดเรมอน Doraemon


Doraemon (โดราเอมอน)
โดราเอมอน หรือ โดเรมอน เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่องโดราเอมอน เป็นหุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคต ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 22เกิดวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2655 (ค.ศ. 2112) ลักษณะตัวอ้วนกลมสีฟ้า (เมื่อแรกเกิดมามีสีเหลือง) ไม่มีใบหู เนื่องจากถูกหนูแทะ มีหน้าที่เป็นหุ่นยนต์พี่เลี้ยงซึ่งคนที่ซื้อโดราเอมอนมาคือเซวาชิเหลนชาย ของโนบิตะ วันหนึ่งเซวาชิเกิดอยากรู้สาเหตุที่ฐานะทางบ้านยากจน จึงได้กลับไปในอดีตด้วยไทม์แมชชีน จึงได้รู้ว่าโนบิตะ (ผู้เป็นปู่ทวด) เป็นตัวต้นเหตุ เซวาชิจึงได้ตัดสินใจให้โดราเอมอนย้อนเวลาไปคอยช่วยเหลือดูแลเวลาโนบิตะโดน แกล้งโดยใช้ของวิเศษที่หยิบจากกระเป๋าสี่มิติ
โดราเอมอนเคยได้รับเลือกจากนิตยสารไทม์เอเชีย ให้เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของทวีปเอเชีย และในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551 มาซาฮิโกะ คามูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ได้แต่งตั้งให้โดราเอมอนเป็นทูตสันถวไมตรีอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมของประเทศ โดยนับเป็น "ทูตแอนิเมชัน" ตัวแรกของประเทศญี่ปุ่น
แรงบันดาลใจ
ตัวละครโดราเอมอนนั้น ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2512 เนื่องจากนักวาดการ์ตูนทั้ง 2 ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ได้ลงโฆษณาการ์ตูนเรื่องใหม่ของเขาทั้งสองไว้ว่าจะมีตัวเอกที่ออกมาจาก ลิ้นชัก ในนิตยสารการ์ตูนฉบับต้อนรับปีใหม่ แต่ในความจริงแล้วทั้งสองยังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้แม้แต่ น้อยเลย เมื่อใกล้ถึงเวลาส่งต้นฉบับก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก
ฮิโรชิ ฟุจิโมโตะ หนึ่งในนักวาดการ์ตูน ได้เผอิญเห็นแมวจรจัดที่มักแอบเข้ามาเล่นที่บ้านของตนเองเป็นประจำ เขามักจะชอบจับแมวตัวนี้มาหาหมัด จนเวลาล่วงเลยมาถึง 4.00 น. ก็ยังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องใหม่ ทำให้ฮิโรชิโมโหตัวเองเป็นอย่างมาก และคิดเลยเถิดไปว่าโลกนี้น่าจะมีไทม์แมชชีน เพื่อย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต หลังจากนั้นฮิโรชิได้เผลอหลับไปด้วยความอ่อนล้า เมื่อเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา ทำให้เขาตกใจว่าตนเองเผลอหลับไป จึงรีบวิ่งลงจากบันไดบ้านไปสะดุดกับตุ๊กตาล้มลุกญี่ปุ่นของลูกสาวที่ตกอยู่ บนพื้น
เหตุนี้เองทำให้ฮิโรชิเกิดไอเดียขึ้นโดยนำหน้าแมวจรจัดมาผสมกับตุ๊กตา ญี่ปุ่น สร้างออกมาเป็นตัวละครหุ่นยนต์แมวจากอนาคตคอยช่วยเหลือเด็กชายที่แสนจะไม่ ได้เรื่อง และตั้งชื่อว่า โดราเอมอน เป็นคำผสมระหว่าง "โดราเนโกะ" กับ "เอมอน" ในภาษาญี่ปุ่น โดราเนโกะนั้นแปลว่าแมวหลงทาง ส่วนคำว่า "เอมอน" เป็นคำเรียกต่อท้ายชื่อของเด็กชายในสมัยก่อนของประเทศญี่ปุ่น
ต้นกำเนิดของโดราเอมอน
โดราเอมอนถูกผลิตขึ้นในโรงงานสร้างหุ่นยนต์ที่เมืองโตเกียว เมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2112 (พ.ศ. 2655) แต่ในระหว่างการผลิตเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ทำให้โดราเอมอนมีคุณสมบัติไม่เหมือนหุ่นยนต์แมวตัวอื่น ต้องเข้ารับการอบรมในห้องเรียนคลาสพิเศษของโรงเรียนหุ่นยนต์ (และได้พบกับเพื่อนๆ แก๊ง ขบวนการโดราเอมอน ที่นั่น) จนกระทั่งวันหนึ่ง ในงาน "โรบ็อต ออดิชัน" ซึ่งเป็นงานที่จัดให้มีการแสดงความสามารถของหุ่นยนต์ที่ได้ผ่านการอบรมแล้ว ด้วยความซุกซนของเซวาชิในวัยเด็ก เขาจึงได้กดปุ่มเลือกซื้อโดราเอมอนมาไว้ที่บ้าน ด้วยเหตุนี้ โดราเอมอนจึงได้มาอยู่อาศัยที่บ้านของเซวาชิ ในฐานะของหุ่นยนต์เลี้ยงเด็ก แต่ในต้นฉบับดั้งเดิมนั้นจะแตกต่างกัน คือ โดราเอมอนได้ถูกนำไปขายทอดตลาด เพราะเป็นสินค้าไม่ได้คุณภาพ จากนั้นพ่อแม่ของเซวาชิจึงมาซื้อโดราเอมอนไปไว้ที่บ้าน
แต่เดิมนั้นตัวโดราเอมอนมีสีเหลือง และมีหู แต่แล้วในวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 2122 ขณะที่โดราเอมอนหลับอยู่นั้น ใบหูก็โดนหนูแทะจนแหว่งไปทั้ง 2 ข้าง และไม่สามารถซ่อมแซมให้เหมือนเดิมได้ หลังจากรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หุ่นยนต์แมว "โนราเมียโกะ" แฟนสาวของโดราเอมอนก็มาเยี่ยม แต่พอทราบว่าโดราเอมอนไม่มีหู เหลือแต่หัวกลม ๆ โนราเมียโกะถึงกับหัวเราะเป็นการใหญ่ ทำให้โดราเอมอนเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ก็พยายามทำใจด้วยการดื่มยาเสริมกำลังใจ แต่ว่าโดราเอมอนหยิบผิดกินยาโศกเศร้าแทน ทำให้โศกเศร้ากว่าเดิม และเริ่มร้องไห้ไม่หยุดอยู่ริมชายหาด3วัน3คืน จนสีลอกเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอย่างที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน หลังจากนั้นโดราเอมอนจึงเกลียดและกลัวหนูเป็นอย่างมาก และไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองเกี่ยวกับเรื่องความรัก
นอกจากนั้น โดราเอมอนยังมีน้องสาวชื่อโดรามี ที่จริงก็แค่ใช้เศษเหล็กแบบเดียวกันในการผลิต แต่โดเรมีใช้น้ำมันรุ่นใหม่ ขณะที่ผลิตโดราเอมอนอยู่ได้ทำชิปหล่นหายไป 1 ส่วน จึงทำให้หยิบของวิเศษผิดพลาดบ่อยๆ
ข้อมูลจำเพาะของโดราเอมอน
เป็นความตั้งใจของผู้วาดการ์ตูนที่ใช้ตัวเลข 3-9-12 กับตัวละครนี้ โดราเอมอนจึงมีอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับตัวเลขชุดนี้
มีน้ำหนัก 129.3 กิโลกรัม ความสูง 129.3 เซนติเมตร (แต่เวลานั่ง จะเหลือ 100 เซนติเมตร) กระโดดได้สูง 129.3 เซนติเมตร (เวลาเจอหนู) มีพละกำลัง 129.3 แรงม้า วัดรอบหัว รอบอก รอบเอวได้ 129.3 เซนติเมตร วิ่งปกติในระยะ 50 เมตรใช้เวลา 15 วินาที แต่ถ้าเจอหนูจะวิ่งได้เร็วถึง 129.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วันที่ผลิตคือ ปีที่ 12 เดือน 9 วันที่ 3 (เรียงแบบปฏิทินญี่ปุ่น)
ส่วนประกอบในร่างกาย
เนื่อง จากเป็นหุ่นยนต์แมวที่ผลิตขึ้นในอนาคตคือคริสต์ศตวรรษที่ 22 ตามจินตนาการของผู้แต่ง ส่วนประกอบในร่างกายของโดราเอมอนจึงเต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
หัวโดราเอมอนเป็นหุ่นยนต์ แมวที่มีการติดตั้งชิปคอมพิวเตอร์ในหัว ทำให้มีความรู้สึกนึกคิด สามารถพูดภาษามนุษย์ (ภาษาญี่ปุ่น) และพูดภาษาแมวได้ แต่ภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาญี่ปุ่น และภาษาสัตว์อื่นๆ จะฟังไม่รู้เรื่อง จึงต้องพึ่ง "วุ้นแปลภาษา" กับ "หูฟังภาษาสัตว์" แทน อีกทั้งยังสมองไม่ไวเท่าที่ควร เวลาคำนวณเลขยากๆ จึงต้องใช้กระดาษทด หรือเครื่องคิดเลขช่วย นอกจากนี้ หัวของโดราเอมอนยังแข็งราวกับหิน ซึ่งเขาถือว่าเป็นอาวุธลับขั้นสุดท้ายของตัวเอง โดยสามารถเอาหัวโขกจนประตูพังได้ และวิ่งกระโจนเอาหัวพุ่งใส่แทงค์แก๊ส จนแทงค์เป็นรูเสียหาย (แต่ตนเองก็หมดสติไปเลยเช่นกัน)
ใบหน้าใบหน้าของโดรา เอมอน มีลักษณะเป็นทรงกลม จมูกกลมสีแดง และมีหนวด 6 เส้น ดูคล้ายกับแมว แต่คนอื่นๆ มักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทานูกิ หรือแรคคูน ซึ่งโดราเอมอนจะไม่พอใจทุกครั้งที่ถูกเรียกแบบนั้น
ตาตาแสงอินฟราเรด สามารถมองเห็นได้แม้แต่ในที่มืด
จมูกมีลักษณะเป็นลูก กลมๆ สีแดง เหมือนกับปลายหาง รับรู้กลิ่นได้ไวกว่ามนุษย์ 20 เท่า แต่ปัจจุบันชำรุด จึงสามารถดมกลิ่นได้เท่าจมูกคนเท่านั้น
หนวดมี 6 เส้น เป็นหนวดเรดาร์ สามารถจับวัตถุระยะไกลได้ แต่อยู่ระหว่างรอซ่อมแซม
ร่างกายผิวหนังเป็น โลหะผสมพิเศษต้านแรงดึงดูด ทำให้ฝุ่นละอองไม่สามารถจับเกาะได้ นอกจากนี้ยังมีความทนทานสูง แม้อยู่ในอวกาศหรือใต้ทะเลลึกก็ไม่เป็นปัญหา โดนของเหลวคล้ายกรดสาดใส่ก็ไม่ละลาย แต่ก็มีข้อเสียหลายอย่างเช่นกัน คือ แพ้อากาศร้อน และแพ้อากาศหนาว จนถึงขั้นเป็นหวัดได้ หากโดนไฟฟ้าช็อตก็จะเสียหาย
มือรูปร่างกลมสีขาวไม่มีนิ้วมือ จึงไม่สามารถเล่นพันด้าย และเป่ายิ้งฉุบได้ เล่นบาร์โหนก็ไม่ถนัด แต่สามารถดูดจับสิ่งของได้ทุกอย่าง
ปากปากขนาดกว้าง สามารถรับประทานได้ทุกอย่าง โดยจะเปลี่ยนเป็นพลังงานปรมาณู ภายในปากจะมีฟันที่เรียกว่า "ฟู้ดคัตเตอร์" ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเฉพาะเวลาที่โดราเอมอนโกรธจนต้องยิงฟันเท่านั้น แต่ในตอนพิเศษ "ไดโนเสาร์ของโนบิตะ 2006" โดราเอมอนกลับถูกวาดให้มองเห็นซี่ฟันอย่างชัดเจน
กระพรวนไว้ห้อยคอ มีสีเหลือง ส่วนสายคาดมีสีแดง เมื่อสั่นกระพรวนจะสามารถเรียกแมวที่อยู่ใกล้เคียงมาชุมนุมกันได้ โดยจะปล่อยคลื่นเสียงพิเศษ แต่ตอนนี้ใช้งานไม่ได้ ปัจจุบันจึงได้เปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่เพื่อใช้งานเป็นกล้องถ่ายรูปขนาดเล็กแทน
กระเป๋าหน้าท้องเป็น กระเป๋าสี่มิติ ไว้สำหรับเก็บของวิเศษ พื้นที่เก็บของไม่มีจำกัด สามารถถอดไปทำความสะอาดได้ โดยระหว่างนั้นจะนำกระเป๋าสี่มิติใบสำรอง หรือที่มักเรียกว่า "กระเป๋าสำรอง" มาใช้แทน ซึ่งกระเป๋าทั้งสองจะมีมิติเชื่อมต่อกัน ของที่เอาใส่ในกระเป๋าใบหนึ่ง จะสามารถนำออกมาจากกระเป๋าอีกใบหนึ่งได้
เท้าลักษณะแบนเรียบ สีขาว มีพลังต้านแรงดึงดูด ส่งผลให้เท้าอยู่ลอยจากพื้น 3 มิลลิเมตร เลยไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าเพราะไม่มีฝุ่นผงติดเท้า เดิมทีเท้าของโดราเอมอนจะเป็นแบบที่สามารถเดินได้โดยไม่มีเสียงเหมือนกับแมว ย่อง แต่ปัจจุบันชำรุดไปแล้ว ทำให้เวลาเดินจึงมีเสียงจากแรงเสียดสีกับอากาศ สำหรับเวลาขี่จักรยานต้องใช้ปากจับแฮนด์ และใช้มือถีบที่ปั่นจักรยานแทน เนื่องจากขาหยั่งไม่ถึง
หางเป็นสวิตช์ปิด-เปิด ถ้าถูกดึง ทุกอย่างจะหยุดทำงาน โดราเอมอนสามารถดึงหางเพื่อปิดสวิตช์ตัวเอง แต่ไม่สามารถดึงเพื่อเปิดเองได้
สิ่งที่ชอบ-เกลียด
สิ่งที่ชอบที่สุดคือขนมหวานญี่ปุ่นที่เรียกว่า โดรายากิ (แป้งทอด) โดยสามารถกินโดรายากิขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ขนาดใหญ่เท่าห้องของโนบิตะ) ได้คนเดียวหมด และเคยชนะเลิศการแข่งขันกินโดรายากิเร็วมาแล้ว และเพียงแค่ไม่ได้กินโดรายากิติดต่อกัน 3 วัน ก็แทบจะทนมีชีวิตอยู่ไม่ได้ สาเหตุที่ชอบกินโดรายากินั้น เป็นเพราะสมัยอยู่ในศตวรรษที่ 22 โดราเอมอนเคยได้รับโดรายากิจากแมวสาว "โดราเมียวโกะ" มันจึงกลายเป็นของโปรดของเขามาตั้งแต่บัดนั้น เขาสามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่เลือกวิธีการเพื่อให้ได้โดรายากิมา หากได้ยินว่ามีร้านค้าร้านไหนที่ขายโดรายากิลดราคาก็จะรีบบึ่งไปซื้อมาใน ทันที ซึ่งจากความชอบจนกลายเป็นของโปรดนี้เอง จึงทำให้โดราเอมอนให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาติความหวานของโดรายากิเป็นอย่าง มาก จนถึงกับเคยมีเรื่องถกเถียงกับเจ้าของร้านขายขนมมาแล้ว หลังจากที่ทางร้านทำโดรายากิออกมาหวานเกินไป
นอกจากโดรายากิแล้ว อาหารอย่างอื่นที่โดราเอมอนชอบก็คือ ขนมโมจิ ซึ่งเคยได้กินในตอนแรกสุด ที่เพิ่งเดินทางมาหาโนบิตะด้วยไทม์แมชชีน โดยเมื่อโดราเอมอนได้กิน ก็บอกว่า อร่อยมาก ขนาดกินจนหมดแล้วยังถึงกับเลียจานเลยทีเดียว
ส่วนสิ่งที่โดราเอมอนเกลียดและกลัวที่สุดคือ หนูเพราะเคยโดนหนูกัดหูจนหูแหว่งไปทั้ง 2 ข้างตอนหลับ นอกจากนั้นยังกลัวแฮมสเตอร์ด้วย เพราะโดราเอมอนถือว่าเป็นสัตว์ในตระกูลเดียวกับหนู
ตอนจบของโดราเอมอน
พล็อตเรื่อง โดราเอม่อนตอนจบนั้น ตามที่ได้ทราบกันดีนั้น คือมีที่มาจากฟิกชั่น ที่ถูกเผยแพร่ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทั้งในรูปแบบ แฟนฟิคชั่น ข่าวลือ หรือ เมล์ลูกโซ่ โดย พล็อตนั้นก็มีหลายหลาย ส่วนมากที่พบจะเกี่ยวกับ ความตาย, ความฝัน, อุบัติเหตุ ซึ่งที่พบเห็นบ่อย ก็จะมีอยู่ใน 3 รูปแบบ คือ
* โนบิตะ เป็นคนสร้างโดราเอม่อน* โนบิตะ ป่วยเป็นโรคร้ายแรง* เรื่องทั้งหมดของโดราเอม่อน เป็นเรื่องที่โนบิตะฝันไปเอง
ซึ่งที่ยังหลงเหลือในปัจจุบัน คือพล็อตแรก โนบิตะเป็นคนสร้างโดราเอม่อน และ โนบิตะป่วยเป็นโรคร้ายแรง+ฝันเรื่องโดราเอม่อนไปเอง แต่อย่างไรก็ดี โดราเอม่อนตอนจบทุกแบบนั้น ล้วนแต่เป็นเพียงเสียงเล่าอ้าง และไม่มีหลักฐานใดๆอย่างชัดเจน
จริงแล้วนั้นโดราเอม่อนนั้นเคยจบไปแล้วหนึ่งครั้ง ในจะเป็นตอนสุดท้ายของรวมเล่ม ที่ 6 ชื่อตอนว่า ลาก่อนโดราเอม่อน แต่สุดท้ายแล้ว เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งแฟนๆ และ อ.ฟุจิโกะผู้เขียน โดราเอม่อนก็จึงได้กลับมาใหม่อีกครั้ง
ที่มาของโดจินชิ โดราเอม่อน ตอนจบ การ์ตูนชุดนี้เป็นงานโดจินชิ (การ์ตูนทำมือ) ที่วาดโดย อ.ทะจิม่า ยาสุเอะ (Tajima Yasue) ในชื่อกลุ่ม ว่า GA-FAKE COTERIE โดยใช้โครงเรื่องจากฟิกชั่นเกี่ยวกับตอนจบของโดราเอม่อน ที่แพร่กระจายตามเมล์ลูกโซ่ (หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า Forward Mail) ซึ่งเริ่มวางขายครั้งแรกในงาน Comic Market ฤดูร้อน ครั้งที่ 68 ช่วงวันที่ 12-13 สิงหาคม 2548
และหลังจากนั้น ในงาน Comic Market ครั้งต่อมา (C69) ฤดูหนาว ช่วงวันที่ 29-30 ธันวาคม 2548 ผลงานชิ้นนี้ก็ได้รับความสนใจจากแฟนๆโดราเอม่อน จนเริ่มมีการเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นที่กว้างขวาง และปัจจุบันก็ยังมีผู้ให้ความสนใจ จนหนังสือขาดตลาด และต้องพิมพ์ซ้ำอีกครั้ง
แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานนี้เป็นเพียงที่เขียนเพื่อเป็นที่ระลึกในการสร้างอะนิเมะฉบับหนังโรง (โนบิตะกับพีสุเกะ 2006)ด้วยความที่เป็นแฟนโดราเอมอนของ อ.ทะจิม่า เท่านั้น เพราะฉะนั้นตอนจบที่แท้จริงของโดราเอมอนจึงไม่มีแต่อย่างใด ซึ่งนับว่าหาได้ยากและถือเป็นการ์ตูนในตำนานเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว


ข้อมูลเพิ่มเติม : http://th.wikipedia.org/wiki/โดเรมอน

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

゙• Mozart

วอล์ฟกัง อมาเดอุส โมซาร์ท (เยอรมัน: Wolfgang Amadeus Mozart) 27 มกราคม พ.ศ. 2299 - 5 ธันวาคม พ.ศ. 2334 (ค.ศ. 1756 - 1791) เป็นนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกชาวออสเตรียที่มีชื่อเสียงก้องโลก โมซาร์ทเกิดที่เมืองซัลสบูร์ก เขามีงานประพันธ์เพลง 700 ชิ้นรวมทั้งโอเปร่า (ดนตรีซึ่งมีเนื้อเรื่อง) ชื่อ ดอน โจวานนี (Don Giovanni) และ ขลุ่ยวิเศษ (Die Zauberflöte) ปัจจุบันผลงานต่าง ๆ ของเขาได้ถูกนำมาจัดจำหน่ายเป็นสื่อต่าง ๆ มากมาย

[แก้] คาตาล็อกเคอเชล (Köchel catalogue)
ในปีภายหลังการเสียชีวิตของโมซาร์ท ได้มีความพยายามหลายครั้งที่จะจัดเรียงบัญชีผลงานของโมซาร์ท และเป้น
ลุดวิก ฟอน เคอเชล (Ludwig von Köchel) ที่ประสบความสำเร็จ และในปัจจุบันผลงานของโมซาร์ทมักจะมีตัวเลขของเคอเชลติดกำกับอยู่ อย่างเช่น"เปียโนคอนแชร์โตในบันไดเสียงเอเมเจอร์" มักเรียกกันง่ายๆ ว่า "K. 488" หรือ "KV 488" ได้มีการดัดแปลงคาตาล็อกนี้เป็นจำนวน 6 ครั้งด้วยกัน
[
แก้] เพลงสวด
Grande messe en ut mineur KV.427 (1782-83, เวียนนา), แต่งไม่จบ
Krönungsmesse (พิธีมิซซาเพื่อขึ้นครองราชย์) en ut majeur KV.317 (1779)
Requiem en ré mineur KV.626 (1791, เวียนนา), แต่งไม่จบ
Veni sancte spiritus KV.47
Waisenhaus-Messe KV.139
Ave verum corpus KV.618
[
แก้] อุปรากร
Die Schuldigkeit des ersten Gebotes (ความผูกมัดของบัญญัติข้อที่หนึ่ง, KV 35, 1767, ซัลสบูร์ก)
Apollo et Hyacinthus (อพอลโลและไฮยาซินท์, KV 38, 1767, ซัลสบูร์ก)
Bastien und Bastienne (บาสเตียนและบาสเตียนเน่, KV 50, 1768, เบอร์ลิน)
La finta semplice (ผู้โง่เขลาจอมปลอม, KV 196, 1775, มิวนิก)
Mitridate, re di Ponto (ไมทริตาตี ราชาแห่งปอนตุส, KV 87, 1770, มิลาน)
Ascanio in Alba (อัสคานิโอในอัลบา, KV 111, 1771, มิลาน)
Il sogno di Scipione (ฝันของสคิปิโอเน่, KV 126, 1772, ซัลสบูร์ก)
Lucio Silla (ลูชิโอ ซิลล่า, KV 135, 1772, มิลาน)
La finta giardiniera (คนสวนจอมปลอม, KV 196, 1775, มิวนิก)
Il re pastore (ราชาแห่งท้องทุ่ง, KV 208, 1775, ซัลสบูร์ก)
Thamos, König in Ägypten (ธามอส ราชาแห่งอียิปต์, KV 345, 1776, ซัลสบูร์ก)
Zaide (ไซเดอ, KV 344, แต่งไม่จบ)
Idomeneo (อิโดเมเนโอ ราชาแห่งครีต, KV 366, 1781, มิวนิก)
Die Entführung aus dem Serail (การลักพาตัวจากฮาเร็ม, KV 384, 1782, เวียนนา)
L'oca del Cairo (ห่านแห่งไคโร, KV 422, แต่งไม่จบ)
Lo sposo deluso (บ่าวผู้ถูกลวง, KV 430, แต่งไม่จบ)
Der Schauspieldirektor (ผู้กำกับการแสดง, KV 486, 1786, เวียนนา)
Le nozze di Figaro (
งานแต่งงานของฟิกาโร, KV 492, 1786, เวียนนา)
Don Giovanni (
ดอน โจวานนี, KV 527, 1787, ปราก)
Così fan tutte (
โคสิ ฟาน ตุตเต้, KV 588, 1790, เวียนนา)
La Clemenza di Tito (
ความเมตตาของติโต, KV 621, 1791, ปราก)
Die Zauberflöte (
ขลุ่ยวิเศษ, KV 620, 1791, เวียนนา)
[
แก้] ซิมโฟนี
Symphonie en fa majeur KV.75
Symphonie en fa majeur KV.76
Symphonie en fa majeur KV.Anh.223
Symphonie en ré majeur KV.81
Symphonie en ré majeur KV.95
Symphonie en ré majeur KV.97
Symphonie en si bémol majeur KV.Anh.214
Symphonie en si bémol majeur KV.Anh.216
Symphonie en sol majeur «Old Lambach» (2e édition) KV.Anh.221
Symphonie en ut majeur KV.96
Symphonie No 1 en mi b majeur KV.16 (1764-1765)
Symphonie No 4 en ré majeur KV.19
Symphonie No 5 en si bémol majeur KV.22
Symphonie No 6 en fa majeur KV.43
Symphonie No 7 en ré majeur KV.45
Symphonie No 8 en ré majeur KV.48
Symphonie No 9 en ut majeur KV.73
Symphonie No 10 en sol majeur KV.74
Symphonie No 11 en ré majeur KV.84
Symphonie No 12 en sol majeur KV.110
Symphonie No 13 en fa majeur KV.112
Symphonie No 14 en la majeur KV.114
Symphonie No 15 en sol majeur KV.124
Symphonie No 16 en ut majeur KV.128
Symphonie No 17 en sol majeur KV.129
Symphonie No 18 en fa majeur KV.130 (1772)
Symphonie No 19 en mi bémol majeur KV.132
Symphonie No 20 en ré majeur KV.133
Symphonie No 21 en la majeur KV.134 (1772)
Symphonie No 22 en do majeur KV.162 (1773)
Symphonie No 23 en ré majeur KV.181
Symphonie No 24 en si bémol majeur KV.182
Symphonie No 25 en sol mineur KV.183 (1773, Salzbourg)
Symphonie No 26 en mi bémol majeur KV.184
Symphonie No 27 en sol majeur KV.199
Symphonie No 28 en ut majeur KV.200
Symphonie No 29 en la majeur KV.201 (1774)
Symphonie No 30 en ré majeur KV.202
Symphonie No 31 en ré majeur «Paris» KV.297
Symphonie No 32 en sol majeur KV.318
Symphonie No 33 en ré bémol majeur KV.319
Symphonie No 34 en ut majeur KV.338
Symphonie No 35 en ré majeur «Haffner» KV.385 (1782)
Symphonie No 36 en ut majeur «Linz» KV.425
Symphonie No 38 en ré majeur «Prague» KV.504 (1786, Vienne)
Symphonie No 39 en mi bémol majeur KV.543 (1788, Vienne)
Symphonie No 40 en sol mineur KV.550 (1788, Vienne)
Symphonie No 41 en do majeur «Jupiter» KV.551 (1788, Vienne)
[
แก้] คอนแชร์โต้
Concertos pour flûte N°1 et 2 KV. 313 et 314 (1778, Mannheim)
Concerto pour flûte et harpe en do majeur KV.299 (1778, Paris)
Concerto pour cor No 1 en ré KV.412 (1782)
Concerto pour cor No 2 en mi dièse KV.417 (1783)
Concerto pour cor No 3 en mi bémol KV.447 (1783-1787)
Concerto pour clarinette en la majeur KV.622 (1791, Vienne)
Concerto pour basson en si bémol KV.191 (1774)
Concerto pour violon et orchestre No 1 en si bémol majeur KV.207
Concerto pour violon et orchestre No 3 en sol majeur KV.216
Concerto pour violon et orchestre No 5 en la majeur KV.219
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 1 บันไดเสียง เอฟ เมเจอร์ KV 37
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 2 บันไดเสียง บี แฟลต เมเจอร์ KV 39
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 3 บันไดเสียง ดี เมเจอร์ KV 40
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 4 บันไดเสียง จี เมเจอร์ KV 41
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 5 บันไดเสียง ดี เมเจอร์ KV 175
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 6 บันไดเสียง บี แฟลต เมเจอร์ KV 238
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนสามตัวและวงออเคสตร้า หมายเลข 7 บันไดเสียง เอฟ เมเจอร์ KV 242
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 8 บันไดเสียง ซี เมเจอร์ (Lützow) KV 246
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 9 บันไดเสียง อี แฟลต เมเจอร์ (Jeunehomme) KV 271
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนสองตัวและวงออเคสตร้า หมายเลข 10 บันไดเสียง อี แฟลต เมเจอร์ KV 365
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 11 บันไดเสียง เอฟ เมเจอร์ KV 413
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 12 บันไดเสียง เอ เมเจอร์ KV 414
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 13 บันไดเสียง ซี เมเจอร์ KV 415
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 14 บันไดเสียง อี เมเจอร์ KV 449
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 15 บันไดเสียง บี เมเจอร์ KV 450
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 16 บันไดเสียง ดี เมเจอร์ KV 451
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 17 บันไดเสียง จี เมเจอร์ KV 453
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 18 บันไดเสียง บี เมเจอร์ KV 456
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 19 บันไดเสียง เอฟ เมเจอร์ KV 459
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 20 บันไดเสียง ดี ไมเนอร์ KV 466
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 21 บันไดเสียง ซี เมเจอร์ (Elvira Madigan) KV 467
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 22 บันไดเสียง อี แฟลต เมเจอร์ KV 482
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 23 บันไดเสียง เอ เมเจอร์ KV 488
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 24 บันไดเสียง ซี ไมเนอร์ KV 491
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 25 บันไดเสียง ซี เมเจอร์ KV 503
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 26 บันไดเสียง ดี เมเจอร์ (Coronation) KV 537
คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 27 บันไดเสียง บี แฟลต เมเจอร์ KV 595
[
แก้] แชมเบอร์มิวสิก
Sonate pour piano en la mineur KV.310 (1778, Paris)
Sonate pour piano en la majeur «Alla turca» KV.331 (1781-83, Munich ou Vienne),
สื่อ:RondoAllaTurca.mid
Sonate pour piano, KV. 545,
สื่อ:Kv545-allegro.mid
Sonate pour violon et piano en ut majeur KV.296
Quatuors dédiés à Haydn :
Quatuor en sol majeur KV.387 (1782, Vienne)
Quatuor en ré mineur KV.421 (1783, Vienne)
Quatuor en mi bémol majeur KV.428 (1783, Vienne)
Quatuor en si bémol majeur «la chasse» KV.458 (1784, Vienne)
Quatuor en la majeur KV.464 (1785, Vienne)
Quatuor en do majeur «les dissonances» KV.465 (1785, Vienne)
Quatuors avec piano :
Quatuor avec piano n°1 en sol mineur KV.478 (1785)
Quatuor avec piano n°2 en mi bémol majeur KV.493 (1786)
Trio «Les Quilles» en mi bémol majeur pour piano, clarinette, et violon KV.498 (1786, Vienne)
Quintette avec clarinette en la majeur KV.581 (1789, Vienne)
Sérénade : Une petite musique de nuit KV.525 (1787, Vienne)

゙• Des'ree - Kissing You

Des'ree - Kissing You (Love Theme from Romeo + Juliet) Lyrics
Pride can stand a thousand trials
The strong will never fall
But watching stars without you
My soul cries

Heaving heart is full of pain
Oooh, oooh, the aching
'Cause I'm kissing you, oooh
I'm kissing you, oooh

Touch me deep, pure and true
Give to me forever
'Cause I'm kissing you, oooh
I'm kissing you, oooh

Where are you now
Where are you now
'Cause I'm kissing you
I'm kissing you, oooh

วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

゙• เกเบรียลเป็นใคร

เกเบรียล เป็น1ใน ฑูตสวรรค์รายใหญ่ 3 รายของพระเจ้า มีหน้าที่สื่อสาร ส่งสารกับมนุษย์
1. มิคาเอล มีหน้าที่ทำสงคราม

2. กาเบรียล มีหน้าที่สื่อสาร ส่งสาร
3. ลูซิเฟอร์ มีหน้าที่นำนมัสการ (รายนี้กบฎภายหลัง)

ที่มีชื่อของกาเบรียลใน หนังสือดาเนียลก็เพราะ ในไบเบิ้ลจะมี 2 ส่วนคือ

1พันธสัญญาเดิม ( Old testament) เป็นประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล เป็นคัมภีร์ของศาสนา
ยูดาห์เก่า
2. พันธสัญญาใหม่ ( New testament) เป็นเรื่องราวของพระเยซูและจดหมายของสาวก ส่วนนี้
ถือว่าเป็นศาสนาคริสต์ในปัจจุบัน

"Come,Ye Children, Listen To Me.
I Will Teach You
The Fear Of The Lord"

PSALM34:11

" บุตรที่ดีควรจะให้สิ่งที่บิดาขอ หรือสิ่งที่บิดาต้องมี " Michael , Legion

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

゙• โสมกับความเชื่อเรื่องอายุวัฒนะ




โสม (Ginsing) เป็นสมุนไพรที่ใช้กันในแถบเอเชียมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว เดิมมีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เกาหลี และไซบีเรีย ในตำรับเภสัชของจีนได้กล่าวถึงสรรพคุณของรากโสมว่าช่วยทำให้อวัยวะภายในเป็นปกติ สงบ ไม่มีอารมณ์หวั่นไหว ฟุ้งซ่าน ทำให้สุขภาพดี ทำให้ตาแจ่มใส จิตใจแช่มชื่น เพิ่มความฉลาด ในประเทศไทยมีผู้นิยมรับประทานเป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง นับเป็นสมุนไพรที่มีราคาแพง

โสมที่มีการศึกษาวิจัยองค์ประกอบทางเคมี และนำมาใช้กัน มากที่สุดมี 2 ชนิด คือ โสมเอเชีย ซึ่งนิยมเรียกว่า โสมจีน หรือโสมเกาหลีนั่นเอง และอีกชนิดคือโสมอเมริกัน โดยเฉพาะในประเทศจีน ความต้องการของตลาดสูงมาก และมีการปลูกมาก เนื่องจากเชื่อว่าการเกิดโรคต่างๆ มีสาเหตุจากความไม่สมดุลของของหยิน และหยาง และการใช้โสมสามารถปรับสมดุลร่างกายได้ ในประเทศจีนมีการใช้โสมทั้ง 2 ชนิด สำหรับโสมอเมริกัน มีสมบัติเป็นยาเย็น (yin) และโสมจีนมีสมบัติเป็นหยาง (yang) หรือยาร้อน ปกติโสมเป็นพืชที่เจริญเติบโตช้า มีความสูงของต้นเพียง 60-80 เซนติเมตรเท่านั้น และต้องรอนานถึง 6 ปี จึงจะได้รากโสมที่มีสารสำคัญทางยาในปริมาณสูงสุด

1. โสมเกาหลี หรือโสมคน (Korean ginseng) เนื่องจากรูปร่างของราก ที่มีลักษณะคล้ายคน มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Panax ginseng C.A.Meyer จัดอยู่ในวงศ์ Araliaceae คำว่า "panax" มาจาก "panacea" แปลว่า "รักษาได้สารพัดโรค" โสมชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน แล้วมีการนำไปศึกษาทดลองปลูกในเกาหลี และญี่ปุ่น จนประสบความสำเร็จในเชิงการค้า ถ้าปลูก และส่งออกจากประเทศจีน มักเรียกว่า "โสมจีน (Chinese ginseng)" ที่ปลูก และส่งออกจากประเทศเกาหลีมักเรียกว่า "โสมเกาหลี (Korean ginseng)" เมื่อปลูกจนมีอายุครบ 6 ปี จึงจะมีตัวยาสำคัญสูงสุด โสมที่ขายในตลาดทั่วไปรวมทั้งประเทศไทย มีอยู่ 2 ชนิด คือโสมขาว และโสมแดง, โสมแดง (red ginseng) คือโสมที่ผ่านไอน้ำอุณหภูมิประมาณ 100 องศาเซลเซียส เพื่อฆ่าเอนไซม์ และเชื้อรา ความร้อนทำให้ได้สารที่มีลักษณะคล้ายคาราเมลที่ผิวชั้นนอก (epidermis) ของราก ทำให้ได้รากโสมที่มีสีแดงอมน้ำตาล และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาดีกว่าโสมขาว และราคาแพงกว่า ส่วนโสมขาว (white ginseng) ได้จากการนำรากโสมมาล้างน้ำให้สะอาด และตากแดดให้แห้ง จะมีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม

2. โสมอเมริกา (American ginseng) มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Panax quinquefolium L. เป็นไม้ป่าในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา พบครั้งแรกที่ประเทศแคนาดา ในอเมริกาเหนือ มีการใช้ทั้งในรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องดื่ม และชาชง ชาวจีนนำมาปลูก และใช้เช่นเดียวกับโสมเกาหลี
สรรพคุณของโสมจากการศึกษาวิจัยพบว่าโสมมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ที่สำคัญๆ ได้แก่


1) เพิ่มสมรรถนะในการทำงานของร่างกายให้สูงขึ้น เนื่องจากโสมมีสรรพคุณในการต้านความเมื่อยล้า (anti-fatigue effect) จากกลไกร่วมกันหลายอย่าง เช่น การเพิ่มการดูดซึมออกซิเจนของผนังเซล เซลจึงสามารถสร้างพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นโสมยังช่วยปรับการเต้นของหัวใจ ให้กลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น ร่างกายจึงเหนื่อยช้าลง มีความอดทนต่อการทำงานมากขึ้น ซึ่งช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีสมรรถภาพการทำงานของร่างกายดีขึ้น และช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยในระหว่างพักฟื้น ให้หายเจ็บป่วย เป็นปกติได้เร็วขึ้น และเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื่อกันว่าโสมมีสรรพคุณกระตุ้นสมรรถนะทางเพศ ทั้งนี้มีรายงานว่าโสมมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดด้วย
2) คุณสมบัติต่อต้านความเครียด (anti-stress effect) โดยจะช่วยปรับร่างกาย และจิตใจ ให้ทนต่อความกดดันจากภายนอก โดยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลป้องกัน และลดความเครียดจากต่อมใต้สมอง และช่วยคลายความวิตกกังวล
3) กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง มีผลให้รู้สึกมีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า โดยไม่ทำให้เกิดการอ่อนเพลีย หรืออ่อนล้าตามมา เหมือนยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางอื่นๆ โดยพบว่าซาโปนินจากโสมเมื่อให้ในขนาดน้อยๆ จะมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง แต่เมื่อให้ในขนาดสูงๆจะมีฤทธิ์กดประสาท ดังนั้นควรรับประทานในขนาดที่พอเหมาะนะคะ มิเช่นนั้นอาจได้ผลตรงกันข้าม
4) เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน โดยมีผลกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบไม่เฉพาะเจาะจง มีรายงานว่าเพิ่มเม็ดเลือดขาวบางชนิดจึงเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม
5) มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีฤทธิ์กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลิน มาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ
6) ชะลอความแก่ เนื่องจากโสมมีฤทธิ์ทำลายอนุมูลอิสระของออกซิเจนที่เกิดจากการทำลายไขมัน (lipid oxidation) อนุมูลอิสระนี้มีอนุภาพทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ให้เสื่อมสลายลงก่อนเวลาอันควร ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลทำให้เกิด "ชราภาพ (aging)" เนื่องจากผลของโสมในการปรับสภาพร่างกาย และจิตใจให้ทนต่อความกดดัน เชื่อว่าช่วยเสริมฤทธิ์กันทำให้โสมมีสรรพคุณ "ชะลอความชรา" ได้


GinZingTM Refreshing Eye Cream จาก ออริจินส์ คำตอบล่าสุดในการดูแลปกป้อง เลือนร่องรอยคล้ำ และความเหนื่อยล้าของผิวบริเวณรอบดวงตาให้แลดูเนียนเรียบ กระจ่างสดใสขึ้นทันที

゙• กำเนิดประเพณีสงกรานต์

ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ และเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงามฝังลึกอยู่ในชีวิตของคนคำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต แปลว่า ผ่านหรือเคลื่อนย้าย หมายถึง การเคลื่อนย้ายยมาช้านาน การย้ายของพระอาทิตย์เข้าไปจักรราศีใดราศีหนึ่ง จะเป็นราศีใดก็ได้ แต่ความหมายที่คนไทยทั่วไปใช้ หมายเฉพาะวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายนเท่านั้น

ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์

กล่าวไว้ว่า ก่อนพุทธกาลมีเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง อายุเลยวัยกลางคนก็ยังไร้ทายาทสืบสกุล ซึ่งทำให้ท่านเศรษฐีทุกข์ใจเป็นอันมาก ข้างรั้วบ้านเศรษฐีมีครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวเป็นนักเลงสุรา ถ้าวันไหนร่ำสุราสุดขีด ก็จะพูดเสียงดังแสดงวาจาเยาะเย้ยเศรษฐีสบประมาทในความมีทรัพย์มาก แต่ไร้ทายาทสืบสมบัติเสมอ วันหนึ่งเศรษฐีจึงถามว่ามีความขุ่นเคืองอะไรจึงแสดงอาการเยาะเย้ยและสบประมาท เฒ่านักดื่มจึงตอบ ถึงท่านมั่งมีสมบัติมากก็จริง แต่เป็นคนมีบาปกรรมท่านจึงไม่มีบุตร ตายไปแล้วสมบัติก็ตกเป็นของผู้อื่นหมด สู้เราไม่ได้ถึงแม้จะยากจนแต่ก็มีบุตรคอยดูแลรักษายามเจ็บไข้ และรักษาทรัพย์สมบัติเมื่อเราสิ้นใจ
นับแต่นั้นมา เศรษฐียิ่งมีความเสียใจ จึงพยายามไปบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ เพียรพยายามตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร ทำเช่นนี้เป็นเวลาติดต่อกันถึงสามปี ก็ไม่ได้บุตรดังที่ตนปรารถนาจนวันหนึ่งเป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ ท่านเศรษฐีก็พาข้าทาสบริวารของตนมาที่โคนต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำที่อาศัยของนกทั้งหลาย ท่านเศรษฐีให้บริวารล้างข้าวสารด้วยน้ำสะอาดถึง 7 ครั้ง แล้วจึงหุงข้าวสารนั้น เมื่อสุกแล้วยกขึ้นบูชาพระไทร เทพเหล่านั้นเกิดความสงสาร จึงขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ ทูลขอบุตรแก่เศรษฐี พระอินทร์จึงบัญชาให้เทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “ธรรมบาล” ลงมาเกิดในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อครบกำหนดภรรยาเศรษฐีก็คลอดบุตรเป็นชาย เศรษฐีจึงตั้งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร เพื่อตอบสนองพระคุณเทพเทวา เศรษฐีจึงสร้างปราสาทสูง 7 ชั้น ถวายเทพต้นไทร
เมื่อธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้น เป็นเด็กที่มีปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ และวัยเพียง 7 ขวบก็เรียนจบไตรเพท ยังมีเทพองค์หนึ่งชื่อ “ท้าวกบิลพรหม” ได้ยินกิตติศัพท์ทางสติปัญญาอันยอดเยี่ยมของเด็กน้อย จึงคิดทดลองภูมิปัญญาโดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจึงถามปัญหา 3 ข้อ ถ้ากุมารน้อยแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อได้ กบิลพรหมจะตัดศีรษะของตนบูชา ถ้าธรรมบาลแก้ไม่ได้ ก็จะต้องเสียหัวเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ ปัญหานั้นมีว่า


1. ตอนเช้าราศีคนอยู่แห่งใด
2. ตอนเที่ยงราศีของคนอยู่แห่งใด
3. ตอนค่ำราศีของคนอยู่แห่งใด

เมื่อได้ฟังปัญหาแล้ว ธรรมบาลไม่อาจทราบคำตอบในทันทีได้ จึงผลัดวันตอบปัญหาไปอีก 7 วัน ครั้นเวลาล่วงจากนั้นไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดหาคำตอบปัญหานั้นไม่ได้ จึงหลบออกจากปราสาทหนีเข้าป่า และไปนอนพักเอาแรงใต้ต้นตาล ขณะนั้นบนต้นตาลมีนกอินทรีคู่หนึ่งอาศัยอยู่ นางนกถามสามีว่า “พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน” นกสามีก็ตอบว่า “พรุ่งนี้เราไม่ต้องบินไปไกล เพราะจะได้กินเนื้อธรรมบาลกุมาร ซึ่งจะถูกท้าวกบิลพรหมตัดหัว เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ได้” นางนกถามว่า “ปัญหานั้นว่าอย่างไร” นกสามีตอบว่า ปัญหามีอยู่ 3 ข้อ และหมายถึง
ข้อหนึ่ง ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกๆ เช้า ข้อสอง ตอนเที่ยงราศีคนอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ข้อสาม ตอนค่ำราศีคนอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน
ธรรมบาลกุมาร ได้ยินการไขปัญหาของนกอินทรี และจำจนขึ้นใจ ทั้งนี้เพราะธรรมบาลรู้ภาษานก จึงกลับสู่ปราสาทอันเป็นที่อยู่แห่งตน รุ่งขึ้นเป็นวันครบกำหนดแก้ปัญหา ท้าวกบิลพรหมมาฟังคำตอบ ธรรมบาลกุมารกล่าวแก้ปัญหาตามที่นกอินทรีคุยกันทุกประการ ท้าวกบิลพรหมจึงเรียก ธิดาทั้ง 7 ของตนอันเป็นบริจาริกาคือหญิงรับใช้ของพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าตนจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าเอาศีรษะพ่อวางไว้บนแผ่นดินก็จะลุกไหม้ไปทั้งโลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ อากาศจะแห้งแล้งฟ้าฝนจะหายไปสิ้น ถ้าทิ้งลงไปในมหาสมุทร น้ำในมหาสมุทรจะแห้งแล้งไปเช่นกัน จึงสั่งให้ นางทั้ง 7 คน เอาพานมารองรับศีรษะ แล้วจึงตัดศรีษะส่งให้นางทุงษธิดาคนโต
นางทุงษจึงเอาพานรับเศียรบิดาไว้แล้วแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วอัญเชิญไปไว้ในมณฑปถ้ำคันธุรลี เขาไกรลาส บูชาด้วยเครื่องทิพย์ พระเวสสุกรรมก็เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว 7 ประการ ชื่อภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็เอาเถาฉมูนวดลงมาล้างในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วก็แจกกันเสวยทุกๆ องค์ ครั้นครบ 365 วัน โลกสมมุติว่าเป็นหนึ่งปีเป็นสงกรานต์ ธิดา 7 องค์ ของเท้ากบิลพรหมก็ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของพระบิดาออกแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วจึงกลับไปเทวโลก
บริษัทสยามแกลเลอรี่ จำกัด และสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพาณิชย์ เอื้อเฟื้อภาพประกอบ


ที่มา www.songkran.net

゙• เบียร์มีกี่ประเภท

เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดแรกของโลก เกิดขึ้นก่อนสุรา เป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาตั้งแต่สมัยโบราณ (๖,๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาล) วัตถุดิบที่ใช้ผลิตเบียร์ได้แก่ข้าว ซึ่งจะเป็นข้าวอะไรก็ได้แล้วแต่ความนิยม เช่น ญี่ปุ่นใช้ข้าวเจ้า รัสเซียใช้ข้าวไรเยอรมนีและไทยใช้ข้าวบาร์เลย์ นอกจากนี้ข้าวโพดก็ใช้ทำเบียร์ได้ ในเม็กชิโกบางท้องถิ่นใช้ต้นแคกตัส

กลิ่นและรสเบียร์มาจากดอกฮอป (hop) ซึ่งเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง ถ้าไม่ใส่ดอกฮอปจะไม่ได้รสขมอย่างอ่อน ๆ ของเบียร์จะได้ไวน์แทนเบียร์ ฮอปที่ปลูกต่างท้องที่กันให้รสชาติต่างกันเล็กน้อย ที่ถือว่าดีเลิศมาจากสาธารณรัฐเช็ก ผู้ผลิตแต่ละคนมีสูตรผสมดอกฮอปต่างกัน เป็นลักษณะเฉพาะของเบียร์แต่ละอย่าง
ประเภทของเบียร์สามารถจำแนกได้ดังนี้


๑. เอลเบียร์ (ale beer) มีสีดำอ่อนแต่ขมมาก เพราะใช้ยีสต์ประเภททอปยีสต์ในการหมัก มีกลิ่นของมอลต์ หมักด้วยอุณหภูมิที่สูงมากพอสมควร
๒. ลาเกอร์เบียร์ (lager beer) ผลิตจากมอลต์ บางครั้งอาจใช้เมล็ดข้าวโพดแทนได้ สีของเบียร์จะไม่เข้ม แอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง เมืองไทยมีเบียร์ประเภทนี้มากที่สุดเนื่องจากรสชาติถูกคอคนไทย ผลิตมากในสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเบียร์ชนิดนี้ก็ เช่น เบียร์สิงห์ คลอสเตอร์ ไฮเนเกน ช้าง บัดไวเซอร์ คาร์ลส์ เบอร์ก หากลดดีกรีแอลกอฮอล์ลงจะกลายเป็นไลต์เบียร์ เช่น สิงห์ไลต์ บัดไลต์ ฯลฯ
๓. สเตาต์เบียร์ (stout beer) เป็นเบียร์ที่มีสีดำเข้มข้นจัดเป็นเอลเบียร์ประเภทหนึ่ง แต่สเตาต์เบียร์มีรสชาติหวานกว่ามีกลิ่นฉุนของดอกฮอปและมอลต์ชัดเจน เป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวอังกฤษ สกอต ไอริช ในเมืองไทยราคาค่อนข้างแพง แต่คอเบียร์มีอายุจะชอบ เพราะเชื่อว่าสเตาต์เบียร์บำรุงสุขภาพมากกว่าเบียร์ประเภทอื่น ๆ
๔. พอร์ตเตอร์เบียร์ (porter beer) จัดเป็นเอลเบียร์ประเภทหนึ่งแต่กลิ่นของดอกฮอปน้อยกว่า รสชาติคล้ายสเตาต์เบียร์แต่มีรสหวานและมีฟองมากกว่า
๕. บ็อกเบียร์ (bock beer) มีรสชาติเข้มข้น หวานนำนิด ๆ ในเยอรมนีจะผลิตเบียร์พวกนี้มาก

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี"

゙• ส่วนไหนของพริกที่เผ็ดที่สุด

สารในเม็ดพริกที่ทำให้เรารู้สึกเผ็ด เรียกว่า แค็บไซซิน (capsaicin) มีอยู่มากที่ไส้ใน รองลงมาคือเมล็ด เพราะฉะนั้นถ้าเราเลาะเอาไส้และเมล็ดออกความเผ็ดจะลดลงถึงร้อยละ ๙๐ ยิ่งถ้าเอาพริกไปต้ม ความเผ็ดก็แทบไม่เหลือหลอ

พริกเผ็ดออกอย่างนี้ เหตุใดบางคนจึงชอบกินเผ็ดมาก

เภสัชกร สรจักร ศิริบริรักษ์ เล่าไว้ใน เภสัชโภชนา ว่า พอล โรซิน นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียค้นพบว่า ความเผ็ดจะไปกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเอ็นดอร์ฟินในสมองส่วนกลาง ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน
สารเอ็นดอร์ฟินนี้รู้จักกันดีว่าเป็นตัวสร้างความสุข ดังนั้นเมื่อรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด ผู้รับประทานจะเกิดความสุขไปพร้อม ๆ กัน และเป็นเหตุให้อยากเพิ่มปริมาณพริกในอาหารขึ้นทีละน้อย เพื่อให้ได้ความสุขมากขึ้น


แต่แม้จะมีความสุขอย่างไรก็ตาม พึงสังวรณ์ไว้ด้วยว่าภาษิตชาวบ้านที่ว่า “อร่อยปากลำบากตูด" นั้น ยังเป็นจริงเสมอ

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

゙• สั้นๆ 4 ข้อเท่านั้น ก็รู้นิสัยแล้ว

แบบทดสอบทายนิสัยกันแต่ห้ามดูเฉลยก่อนนะ เดี๋ยวไม่แม่นเลือก ข้อที่ใกล้เคียงมากที่สุดนะ

1. บุคคลิกภาพของคุณเป็นอย่างไร ?
(I) ชอบสันโดษ , คิดก่อนทำ , มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากตัวเองเป็นใหญ่
(E) ชอบเข้าสังคม , ชอบไปงาน สังสรรค์ , ทำก่อนคิด , มี แรงบันดาลใจหรือความคิดจากคน-สิ่งของ , สิ่งแวดล้อม เป็นส่วนใหญ่

2. เมื่อคุณมีข้อมูลที่ต้องพิจารณา คุณจะพิจารณาข้อมูลเหล่านั้นอย่างไร ?
(S) ดู ถึงรายละเอียดของข้อมูล , ดูถึงปัญหาปัจจุบัน , ดูถึงหลักความเป็นจริง
(N) ดูถึงภาพรวมหรือข้อสรุปของข้อมูล , คาดการณ์ล่วงหน้า , ดูถึงความน่าจะเป็น ที่จะเกิดขึ้น

3. คุณใช้อะไรในการตัดสิน ใจกับปัญหา ? (โดยสัญชาตญาณของคุณ)
(T) ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ , ใช้ หลักตรรกวิทยาความถูกต้อง , คิดถึงผลที่จะตามมาจาก การตัดสินใจ
(F) ใช้ความรู้สึกในการ ตัดสินใจ , ตัดสินใจจากความชอบ , ความต้องการ , คิดถึงความต้องการและการ ตอบสนองของตน

4. คุณมีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไร ?
(J) ชอบวางแผนในการใช้ชีวิตประจำวัน , ชอบ ตั้งเป้าหมาย ระยะเวลา วันที่ในการทำ , ชอบตัดสินใจ เพื่อให้จบปัญหา
(P) ยอมรับการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งรอบตัว , ไม่ยึดติด , มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ , รับฟังความคิดผู้อื่น

วิธีการ : เลือกตัวอักษรภาษาอังกฤษหน้าข้อที่เลือก แล้วนำมาเรียงกัน


คำเฉลย :

ISTJ ?-> ?The Duty Fulfiller ? ' ผู้สำเร็จ '- มีสมาธิสูง , เงียบ , เป็นคนรักครอบครัว- ละเอียด , จริงจัง และ ไว้ใจได้- ทำงาน หนัก , เจ้าระเบียบ และ มีความรับผิดชอบสูง- อาจจะทำให้ถูกเอาเปรียบได้ เพราะความที่เขาซื้อสัตย์และเป็นที่พึ่งได้- ไม่ เก่งเรื่องของความรู้สึก

ISTP ?-> ?The Mechanic ?' ช่างเครื่อง '- เงียบ , ชอบผจญภัย และ กีฬา- ชอบเสี่ย ง , เป็นตัวของตัวเอง , แก้ปัญหาเก่ง- มองโลกในแง่ดี แต่อาจโกรธง่ายตอนเครียด- ปกติไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้คนอื่นอยู่ทั้งดีและไม่ดี

ISFJ ?-> ?The Nurturer ?' ผู้ดูแล '- เงียบ , ใจดี , มี สติ- มีความรับผิดชอบ แก่ภาระและหน้าที่- คิดถึงคนอื่นก่อนตัว , จำคนเก่ง- เสียกำลังใจเมื่อถูกวิจารณ์- ชอบ เก็บความรู้สึกไว้กับตัวเอง

ISFP ?-> ?The Artist ?' ศิลปิน '- เงียบ , ใจดี , จริงจัง และ อ่อนไหว- ไม่ชอบการโต้ แย้ง , ไม่ชอบระเบียบ- ความคิดสร้างสรรค์ และ ไม่เหมือนใคร- รักขอบสวยของงาม- เข้าใจยาก , เปิดเผยตัวเองกับคนใกล้ชิดเท่านั้น- ใช้ชีวิตอย่างจริงจัง

INFJ ?-> ?The Protector ?' ผู้ป้องกัน '- ความคิดสร้างสรรค์ , อ่อนไหว , เป็นตัวของตัวเอง- เก่งเรื่อง คน และ สถานการณ์- เป็นคนลึกซึ้ง , ซับซ้อน , ชอบความเป็นส่วนตัว- เ ข้าใจยาก , มีความมั่นใจในตัวเองสูง , ดื้อรั้นต่อความคิดของผู้อื่น- ไม่ชอบการโต้แย้ง

INFP ?-> ?The Idealist ?' นักอุดมการณ์ '- เงียบ , ซื่อสัตย์ , ชอบอุดมการณ์- ชอบช่วยเหลือ และ เข้าใจคนอื่น- ไม่ชอบการโต้แย้ง- ซื่อสัตย์ต่อตนเอง- มีความคิดสร้างสรรค์

INTJ ?-> ?The Scientist ?' นักวิทยาศาสตร์ '- ฉลาด . มุ่งมั่น , ไม่เหมือนใคร- เป็นผู้นำที่ดี , มีความมั่นใจสูง , มองการณ์ไกล- ชอบคิด คนเดียว และ ชอบอยู่คนเดียว , ชอบด่วนสรุป- ไม่ชอบรายละเอียด , คิดว่าตนเอง ถูกเสมอ- บอกความรู้สึกไม่เก่ง , จะมีปัญหากับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด

INTP ?-> ?The Thinker ?' นักคิด '- ความคิดสร้างสรรค์ , เป็นตัวของ ตัวเอง , มีเหตุมีผลและมีความสามารถสูง- ไม่อยากถูกนำหรือนำคนอื่น , ไม่ ชอบระเบียบ- ใช้เวลาในหัวตัวเองมาก , ไม่อยู่ กับเนื้อกับตัว- เงียบ , ไม่ค่อยรู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไง- ม ีอารมณ์ซับซ้อน , ไม่อยู่นิ่ง และ แปรปรวน

ESTP ?-> ?The Doer ?' ผู้กระทำ '- เป็นมิตร , ยืดหยุ่นง่าย , เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นเก่ง- ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์- ใช้ชีวิตที่สนุกสนาน จึงทำให้ผ่านไปเร็ว- รักสนุก , สามารถทำร้ายจิตใจผู้อื่นโดย ไม่รู้ตัว- ไม่ชอบเคารพกฎระเบียบ- เบื่อง่าย

ESTJ ?-> ?The Guardian ?' ผู้พิทักษ์ '- มีระเบียบ , ซื่อตรง , ตรงไปตรงมา- มีความมั่นใจในตัวเอง , มีความสามารถ . ทำงานหนัก , เป็น ผู้นำ- ชอบความปลอดภัย และ ควา มสงบสุข- บอกความรู้สึก และ ความห่วงใยไม่เก่ง

ESFP ?-> ?The Performer ?' ผู้แสดง '- อยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ , มีมนุษย สัมพันธ์ดี , รักสนุก และทำงานเป็นทีมได้ดี- มองโลกในแง่ดี , ต้อนรับทุกคน แต่ก็เกลียดทุกคนได้เหมือนกัน- ไม่ชอบงานประจำ , คิดมากเวลาเครียด- รักสวยรัก งาม

ESFJ ?-> ?The Caregiver ?' นักใส่ใจ '- มีน้ำใจ , คนชอบ , มีสติ , มีความรับผิดชอบ- เก่งเรื่องคน , เข้าใจ , สนใจ และ ปรับตามคนได้- ชอบให้คนชอบ , ชอบบริการผู้อื่นก่อนตนเอง- รักสงบ และ ความปลอดภัย , ไว้ใจได้ , กระตือรือร้น- อ่อนไหว , ต้องการการเห็นด้วยจาก ผู้อื่น

ENFP ?-> ?The Inspirer ?' ผู้มีแรงบันดาลใจ '- มีความคิดสร้างสรรค์ , กระตือรือร้น , ยืดหยุ่น- ต้อนรับไอเดียใหม่ ๆ เสมอ แต่จะเบื่อกับรายละเอียด- มีมนุษยสัมพันธ์ดี , ชอบให้คนชอบ แต่ก็สามารถหลอกใช้ผู้อื่นได้ด้วย- เป็นคน ร่าเริง และชอบเป็นอิสระ

ENFJ ?-> ?The Giver ?' ผู้ให้ '- มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก , ห่วงใย ความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ- ไม่ชอบอยู่คนเดียว , ต้องการอยู่กับผู้อื่นตลอดเวลา- มีความสามารถที่จะทำในสิ่งที่เขาชอบหลาย ๆ อย่าง- มีความมั่นใจในตัวเอง , เจ้า ระเบียบ

ENTP ?-> ?The Visionary ?' ผู้มีวิสัยทัศน์ '- มีความคิดสร้างสรรค์ , ฉลาด , แ ก้ปัญหาเก่ง- ชอบไอเดียใหม่ , ไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ- ชอบ คุย , คุยเก่ง , หัวไว- ไม่สนใจเรื่องความรู้สึก แต่เพียงจะให้งานสำเร็จ- บางครั้งอาจจะเคร่งครัดกับคนรอบข้าง

ENTJ ? -> ?The Executive ?' ผู้บริหาร '- เป็นผู้นำตั้งแต่เกิด , พูดต่อ หน้าคนเก่ง , ฉลาด , มีความ รู้- เห็นความสำคัญในความรู้ และ ความสามารถ , ไม่มีความอดทนกับคนทำงานไม่เก่ง- แก้ปัญหาเก่ง , สามารถเข้าใจ ปัญหาซับซ้อน- เจ้ากี้เจ้าการ , ไม่มีความอดทน , เด็ดขาด , น่าเกรงขาม

ที่มา :
http://webboard.sanook.com/

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

゙• หน้าที่ของวาทยากร

วาทยกร เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อวงออร์เคสตราและวงโยธวาทิตเป็นอย่างยิ่ง เพราะวงเหล่านี้ใช้เครื่องดนตรีหลายประเภทบรรเลงประสานกัน การให้จังหวะสำหรับวงดนตรีเป็นสิ่งสำคัญ การให้จังหวะสมัยเมื่อหลายร้อยปีก่อน เวลามีการบรรเลงดนตรี ข้างหน้าวงจะมีผู้ถือไม้พลองยาว ๆ คอยกระทุ้งพื้นให้จังหวะ
นักดนตรี ต่อมาพบว่าเสียงนั้นดังรบกวนการบรรเลงจนเกินไป และมักเกิดอุบัติเหตุไม้ที่กระทุ้งพลาดถูกขาผู้ให้จังหวะ ดังนั้นจากไม้พลองยาว ๆ ในยุคเก่าก่อน
จึงได้พัฒนามาเป็น “ไม้บาตอง” ในปัจจุบัน

ผู้ที่ถือไม้บาตองหน้าวงออร์เคสตราทำหน้าที่สำคัญหลายประการ คือ

๑. ให้จังหวะเริ่ม จังหวะหยุด จังหวะเข้า แก่นักตนตรี
ในการเล่นเพลงเพลงหนึ่ง นักดนตรีจะมีโน้ตเฉพาะเครื่องดนตรีของตนเท่านั้น ส่วนวาทยกรจะมี “สกอร์” คือ โน้ตใหญ่ที่รวมโน้ตดนตรีทุก ๆ ชิ้นสำหรับเพลงนั้นไว้ เมื่อเริ่มเล่นวาทยกรจะถือบาตองเตรียมไว้ เมื่อเขาดึงมือขึ้นมาเล็กน้อยตัวโน้ตแรกของบทเพลงก็จะโลดแล่นออกมา แล้ววาทยกรจะเป็นผู้คอยให้คิวแก่นักดนตรีว่าถึงคราวของเครื่องดนตรีประเภทนั้น ๆ แล้ว ถึงแม้ก่อนแสดงจะมีการฝึกซ้อมกันอย่างดี แต่เพลงบางเพลงก็ยาวและมีช่วงพักของเครื่องดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่งนาน ๆ อาจทำให้นับจังหวะผิดพลาดได้ วาทยกรจึงต้องสื่อสารกับนักดนตรีด้วยการชำเลืองมองนักดนตรีเป็นการเตือนล่วงหน้าให้เตรียมพร้อม เมื่อไม้บาตองยกขึ้นเมื่อใดจึงเริ่มบรรเลง

วาทยกรไม่ได้หลับตาเวลาทำงาน มิฉะนั้นจะมองสกอร์หรือสบตากับนักดนตรีได้อย่างไรวาทยกรอาจหลับตาบ้างบางขณะก็ด้วยเกิดอารมณ์คล้อยตามไปกับบทเพลง

๒. กำหนดความดัง-เบา ความเร็ว-ช้าของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด
ไม้บาตองในมือวาทยกรมีรูปแบบการวาดที่เป็นพื้นฐานอยู่ตัวอย่างเช่น หนึ่งห้องมีสองจังหวะจะวาดมือสองครั้ง มีสามจังหวะวาดมือสามครั้ง เป็นต้น การวาดมือยังกำหนดความดัง - เบาให้นักดนตรีได้ ถ้าวาดมือเป็นวงเล็กก็เล่นเบา ถ้าทำมือกว้างหมายถึงให้เล่นดัง และการวาดมือยังกำหนดความเร็ว - ช้าในการเล่นอีกด้วย


๓. ควบคุมการแสดงทั้งหมด และตีความดนตรีในส่วนที่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ
วาทยกรที่ดีจะต้องมีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา นัดซ้อมคราใดต้องมาให้ตรงเวลา การบ้านชิ้นใหญ่ที่วาทยกรต้องทำ คือ ศึกษาสกอร์เพลงเพื่อให้แม่นในการให้คิวเข้าออกของดนตรีแต่ละชิ้น แม่นในเสียงประสานต่าง ๆ วาทยกรต้องรู้ประวัติศาสตร์ รู้วรรณคดีดนตรี มีความรู้เกี่ยวกับวง ต้องแม่นยำว่าเครื่องดนตรีแต่ละชนิดมีคุณภาพในระดับใด และวาทยกรต้องเป็นผู้ตีความเพลงนั้น ๆ ได้อย่างสามารถ


เพลงเพลงหนึ่งแม้จะมีตัวโน้ตที่ตายตัว ทว่าการเล่นแต่ละครั้งภายใต้การนำของวาทยกรแต่ละคนจะออกมาต่างกันวาทยกรแต่ละคนจะมีสไตล์เป็นของตัวเอง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาตีความไปตามอารมณ์ตามอำเภอใจ หากเป็นการตีความตามหลักวิชาการและตามอารมณ์ตนตรีมากกว่า ความแตกต่างในการตีความมักอยู่ในส่วนรายละเอียดในจุดเล็ก ๆ เช่น เล่นดังขนาดนี้พอหรือยัง เพลงหวานหวานซึ้งขนาดนี้พอไหม หรือต้องหวานกว่า หรือต้องการเน้นเสียงไหนให้ชัดขึ้นมาเป็นพิเศษ

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

゙• ประโยชน์จากการว่ายน้ำ

ทราบหรือไม่ว่า กีฬาประเภทว่ายน้ำให้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง วันนี้มีเรื่องนี้มาฝาก...

- สุขภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อสุขภาพ จะเห็นได้ว่าคนที่ออกกำลังกายมักจะมีภาวะการเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่ำ และมักมีสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดี การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีซึ่งแพทย์มักจะแนะนำมาก เพราะจะไม่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บข้อกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ

- ความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัย การเล่นน้ำในแม่น้ำและในทะเล การพายเรือ การตกปลา หากว่ายน้ำไม่เป็นก็ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับน้ำได้อย่างสบายใจ สาเหตุจากการจมน้ำจะลดน้อยลง หากว่ายน้ำเป็น

- ความสนุกสนาน จะได้พบกับความสนุกสนานในการเล่นน้ำ และความตื่นตาตื่นใจ หากสามารถพบเห็นสิ่งต่าง ๆ และธรรมชาติของโลกใต้น้ำ-รูปร่างดีการว่ายน้ำทำให้รูปร่างมีสัดส่วนที่ดี กล้ามเนื้อแข็งแรง จะเห็นว่าหลาย ๆ คน นิยมการว่ายน้ำเพื่อให้รูปร่างดี

- ตลอดชีวิต การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ตลอดชีวิต และเป็นประโยชน์ต่อชีวิต

- ครอบครัว เป็นศูนย์รวมทางครอบครัวที่จะมารวมกันในการว่ายน้ำเพื่อสุขภาพ, ความสนุกสนานเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว

- การแข่งขันกีฬา สามารถพัฒนาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำและเป็นกีฬาที่กำลังได้รับการนิยมเพิ่มมากขึ้นและมักมีการจัดการแข่งขันเสมอ

- พื้นฐานของกีฬา เป็นพื้นฐานของกิจกรรมหรือกีฬาต่าง ๆ เช่น โปโลน้ำ กระโดดน้ำ ระบำใต้น้ำ เรือใบและกระดานโต้คลื่น เป็นต้น

- ไม่เป็นสิ่งขัดขวางการว่ายน้ำ ไม่เป็นอุปสรรคทั้งด้าน อายุ เพศ เชื้อชาติ และความสามารถจะเห็นว่ากีฬาคนพิการก็จัดให้มีการแข่งขันว่ายน้ำด้วยเช่นกัน


- สดชื่นการว่ายน้ำ สามารถลดความเครียดได้ ทำให้รู้สึกสดชื่น

รู้อย่างนี้แล้ว หันมาออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำกันดีกว่า

ที่มา : http://campus.sanook.com

วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553

゙• เลือกลูกสุนัขอย่างไรมาเลี้ยง



การที่จะเลือกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ มาเลี้ยงในบ้านนั้น ก็คงต้องใช้ความคิดของตัวคุณเอง
ว่าจะเลือกสุนัขชนิดไหนที่เหมาะสม และเข้ากับสถานที่ที่อยู่ของคุณ การดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยง
ของคุณมีมากแค่ไหน และจุดมุ่งหมายเลี้ยงไว้เพื่ออะไร
มีคนกล่าวไว้ว่า ลูกสุนัขนั้นน่าจะฝ่ายเลือกนายของตัวเองเสียมากกว่าเราเลือกเขาเสียอีก และที่เป็นหลักความจริงอย่างหนึ่ง คือ ลูกสุนัขที่เดินมาหาเราเองโดยปราศจากความขลาดกลัวนั้น น่าเลือกเอามาเลี้ยงมากกว่าลูกสุนัข ที่เดินหนีเรา หรือกลัวที่จะเดินเข้ามาหา หลายคนพบว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจจะติดนิสัยสุนัขไปจนโต และอาจจะเป็นปัญหาในตัวหมาหรือสังคมแบบหมา หมาได้ในอนาคต (Dog's Socialization)


ข้อควรพิจารณาในการเลือกสุนัข

- ลูกสุนัขควรดูตื่นตัว กระฉับกระเฉง ดวงตาดูสดใส ที่จมูกดูชื้นและสะอาด ปราศจากน้ำมูก
- ขนสะอาด นุ่ม ผิวหน้าไม่เป็นขุยหรือเป็นแผ่นตกสะเก็ด ปราศจากเห็บหรือหมัด
- ภายในหูผิวหนังดูเป็นสีชมพูส่วนช่องในรูหูปราศจากไขดำๆหรือขี้หู
- อย่าเลือกลูกสุนัขที่จมูกดูแห้งและร้อน เพราะลูกสุนัขอาจจะไม่สบายและมีโรคร้ายแฝงอยู่ได้
- บริเวณก้นดูสะอาด ปราศจากเมือกหรือของเหลวเหนียวติดที่รูทวารสุนัข
- โครงสร้างดูสมส่วนไม่อ้วนฉุ หรือดูผอมจนเกินไป
- ลูกสุนัขดูร่าเริงขี้เล่นซุกซน ดูสมวัยของมัน และอย่าเลือกสุนัขที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว เพราะอาจมีปัญหา

กับสมาชิกในครอบครัวหรือสุนัขตัวอื่นได้
- ลูกสุนัขควรมีอายุอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ หรือ 2 เดือนเป็นอย่างน้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

ของสุนัข และควรที่จะทำวัคซีนเรียบร้อยแล้ว โดยคุณสามารถขอดูประวัติสุขภาพได้จากเจ้าของสุนัข
ที่จะขายคุณ ให้สอบถามเจ้าของสุนัขที่จะขายคุณว่า มีรับประกันสุขภาพให้ด้วยรึเปล่า ข้อนี้สำคัญ
- เลือกลูกสุนัขที่สุขภาพดีมาเป็นอันดับแรกในการพิจารณาเลือกลูกสุนัขทุกครั้งไป
จากข้อที่กล่าวมาทั้งหมดข้อให้จดจำไว้ทุกครั้งในการเลือกซื้อลูกสุนัข และอย่าลืมเติมความรักไว้ให้กับ

ลูกสุนัขของคุณให้มากๆ ด้วย

ข้อมูลจาก : dogrunner

゙• วัดสวนแก้ว (Survey)

วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

゙• เมื่อของใช้พูดได้..

แฮนดี้ไดรฟ์ - เซฟอะไรมากนักหนาวะ เนื้อที่ตูน้อยนะโว้ย!!!

ไมค์โครโฟน - โว้ยยย รำคาญจริง ร้องเพลงหรือหมาหอนวะเนี่ย

ไม้ปัดฝุ่น - โอ๊ย...ฉันต้องเจอพวกเศษฝุ่นอีกแล้วหรอ อี๋...หยะแหยง!!!

ผ้าปิดปาก - จามเบา ๆ หน่อยนะ ฉันกลัวน้ำลายแกว่ะ!!!

เข็มทิศ - หลงซิแก จาได้เห็นค่าเรา

ผ้าเช็ดหน้า - น้ำตาอ่าพอไหว น้ำมูก น้ำลาย ไม่เอาน้าโว้ยยย..

รองเท้า - เดินดูทางหน่อยจิ..เหยียบขี้หมาจนได้ เต็มติงเมิง, เต็มหน้ากรูส์

กีตาร์ - เล่นไม่ดี ก้หาว่ากรูสายเพี้ยน แมร้งเด๋วโดน

กระสอบทรายย - กรูส์ไปทำอะไรให้แกแค้นฟระ

กระทะ - เปิดไฟเบา ๆ หน่อย .. ร้อนน้ะว่อยย

โถส้วม - นี่ ๆ เสร็จแล้วราดดั้วน๊ะพี่ โครตเหม็นเลยหว้ะ

ยกทรง - จาเอาฟองน้ำมายัดทำไมฟระ ยอมรับความจริงหน่อยดิ

โลงศพ - สุดท้าย..พวกแกก้ต้องมานอนกับช้านนน น

รีโมท - เราอยู่ในภาวะที่โดนกดดันอย่างหนัก ทะเลาะกันทีไร..เขวี้ยงกรูส์ทิ้งทุกที

ปฏิทิน - เรามีเวลาอยู่ด้วยกันแค่ปีเดียวเองอ่ะ กระจก - กรูส์เจอผีทุกวันเลยหว้ะ

CD(แผ่นก๊อป) - เราเป็นได้แค่ตัวแทน ไม่ใช่ตัวจริง

゙• ปลามีจมูกไว้ทำไม ?

ในเมื่อปลาหายใจทางเหงือก แล้วปลาจะมีจมูกไว้ทำอะไร ??

ด้วยความที่ปลาหายใจทางเหงือก หลายคนจึงอาจจะลืมไปเลยว่า ปลาเองก็มีจมูกเหมือนกัน
ปลามีจมูกไว้ทำอะไร...คำถามนี้ตอบได้ง่าย ๆ ด้วยการตั้งคำถามกลับว่า แล้วจมูกทำหน้าที่อะไรล่ะ
ปลามีจมูกค่อนข้างเล็ก ต่อจากจมูกเข้าไปจะมีถุงเล็ก ๆ ที่มีประสาทสัมผัสกลิ่นบรรจุอยู่ด้วย

จมูกของปลามีไว้เพื่อการดมกลิ่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ที่มา : “ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

゙• วัดป่าเลไลก์ (Survey)

゙• วัดไผ่โรงวัว (survey)

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

゙• วัดเล่งเน่ยยี่ 2 (survey)

วัดเล่งเน่ยยี่ 2 บางบัวทอง วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ Leng-Noei-Yi2 Bang Bua Thong



วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ ฯ ตั้งอยู่ ตำบลโสนน้อย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เดิมเป็น โรงเจขนาดเล็ก มีพื้นที่ 2 ไร่เศษที่ชาวบ้านบางบัวทองให้ความศรัทธามาเนิ่นนาน ต่อมาคณะสงฆ์จีนนิกาย มีปณิธานจะพัฒนาที่ส่วนนี้ให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ เพื่อที่จะสร้างเป็นวัดเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชเนื่องในวโรกาสเถลิงถวัลย์ ครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี
ปัจจุบันวัดบรมราชากาญจนาภิเษกฯ มีเนื้อที่ทั้งหมด ๑๒ ไร่ โดยคณะสงฆ์จีนนิกายได้มอบหมายให้พระเดชพระคุณพระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ (ท่านเจ้าคุณเย็นเชี้ยว) ดำเนินการก่อสร้างและพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร เป็นประธานที่ปรึกษา พร้อมทั้งพุทธบริษัทไทย-จีน ร่วมกันสร้างถวายเป็น พระราชกุศลแด่พระองค์เนื่องในวโรกาสอันเป็นมหามงคลสมัยปีกาญจนาภิเษก
ทางวัดมังกรกมลาวาส ได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกสมเด็จองค์ประธานวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชานุญาตให้สร้างวัด และพระราชทาน นามว่า “วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์” ซึ่งมี คุณแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการสำนักพระราชวังเป็นผู้ดำเนินการขออนุญาต อันนำมาซึ่งความปีติยินดีของชนชาวไทยเชื้อสายจีนและความซาบซึ้งใน พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อคณะสงฆ์จีนมาโดยตลอด

ที่มา http://www.thaitravelhealth.com/

วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2553

゙• I Have a Lover / Lee Eun Mi

I Have a Lover - Lee Eun Mi

아직도 넌 혼잔 거니 물어보네요 난 그저 웃어요
อา จิก โต นอน ฮน จัน กอ นี มู รอ โบ เน โย นัน คือ จอ อู ซอ โย
คุณไม่ได้อ้างว้างสักหน่อย มองฉันสิ ฉันยังคงยิ้มอยู่นะ
사랑하고 있죠 사랑하는 사람 있어요
ซา รัง ฮา โก อิท จโย ซา รัง ฮา นึน ซา รัม อิท ซอ โย
ฉันกำลังมีความรัก...รักคนๆ นึงอยู่

그대는 내가 안쓰러운건가 봐
คือ เด นึน เน กา อัน ซือ รอ อุน กอน กา บวา
ฉันขอโทษที่สร้างแต่ปัญหาให้คุณ
좋은 사람 있다며 한번 만나보라 말하죠
โช อึน ซา รัม อิท ดา มยอ ฮัน บอน มัน นา โบ รา มัล รา จโย
แต่ฉันอยากจะบอกคุณว่า ฉันดีใจที่ครั้งนึงได้พบคนดีๆ เช่นคุณ
그댄 모르죠 내게도 멋진 애인이 있다는 걸
คือ เดน โม รือ จโย เน เก โต มอท จิน เอ อี นี อิท ตา นึน กอล
คุณคงไม่รู้หรอกว่า ฉันน่ะมีคนรักที่น่ารักมากๆ
너무 소중해 꼭 숨겨두었죠
นอ มู โซ จุง เฮ กก ซุม กยอ ทู ออท จโย
เขาเป็นคนที่สำคัญสำหรับฉัน

그 사람 나만 볼수 있어요 내 눈에만 보여요
คือ ซา รัม นา มัน บล ซู อิท ซอ โย เน นู เน มัน โบ ยอ โย
คนๆ นั้นมองมาที่ฉัน และฉันก็มองเขาเช่นกัน
내 입술에 영원히 담아둘거야
เน อิบ ซู เร ยอง วอน ฮี ทา มา ดุล กอ ยา
ฉันมีถ้อยคำที่ฉันอยากจะบอกเขา
가끔씩 차오르는 눈물만 알고 있죠
คา กึม ชิก ชา โอ รือ นึน นึน มุล มัน อัล โก อิท จโย
บางครั้งเขาก็ดูเย็นชา มีแต่น้ำตาเท่านั้นที่เข้าใจฉัน
그 사람 그대라는걸
คือ ซา รัม คือ เด รา นึน กอล
คนๆ นั้นก็คือคุณ
나는 그 사람 갖고 싶지 않아요
นา นึน คือ ซา รัม คัท โก ชิพ จี อา นา โย
ฉันไม่อาจเป็นเจ้าของคนๆ นั้นได้
욕심 내지 않아요 그냥 사랑하고 싶어요
ยก ชิม เน จี อา นา โย คือ นยัง ซา รัง ฮา โก ชี พอ โย
ฉันไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไร ก็แค่อยากจะรักเขาเท่านั้นเอง
그댄 모르죠 내게도 멋진 애인이 있다는 걸
คือ เดน โม รือ จโย เน เก โต มอท จิน เอ อี นี อิท ตา นึน กอล
คุณคงไม่รู้หรอกว่า ฉันน่ะมีคนรักที่น่ารักมากๆ
너무 소중해 꼭 숨겨두었죠นอ มู โซ จุง เฮ กก ซุม กยอ ทู ออท จโย
เขาเป็นคนที่สำคัญสำหรับฉัน

그 사람 나만 볼수 있어요 내 눈에만 보여요
คือ ซา รัม นา มัน บล ซู อิท ซอ โย เน นู เน มัน โบ ยอ โย
คนๆ นั้นมองมาที่ฉัน และฉันก็มองเขาเช่นกัน
내 입술에 영원히 담아둘거야
เน อิบ ซู เร ยอง วอน ฮี ทา มา ดุล กอ ยา
ฉันมีถ้อยคำที่ฉันอยากจะบอกเขา
가끔씩 차오르는 눈물만 알고 있죠
คา กึม ชิก ชา โอ รือ นึน นึน มุล มัน อัล โก อิท จโย
บางครั้งเขาก็ดูเย็นชา มีแต่น้ำตาเท่านั้นที่เข้าใจฉัน
그 사람 그대라는걸
คือ ซา รัม คือ เด รา นึน กอล
คน ๆ นั้นก็คือคุณ

알겠죠 나 혼자 아닌걸요 안쓰러워 말아요
อัล เกท จโย นา ฮน จา อา นิน กอ รโย อัน ซือ รอ วอ มา รา โย
ฉันรู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้อ้างว้างอีกแล้ว
언젠가는 그 사람 소개할게요
ออน เจน กา นึน ซา รัม โซ เก ฮัล เก โย
นับจากนี้ไป คนๆ นั้นฉันจะแนะนำให้คุณได้รู้จัก
이렇게 차오르는 눈물이 말하나요
อี รอ เค ชา โอ รือ นึน นุน มู รี มัล รา นา โย
น้ำตาที่ไหลลงมาจะบอกคุณว่า...
그 사람 그대라는걸
คือ ซา รัม คือ เด รา นึน กอลคน ๆ นั้นก็คือคุณ

゙• 모를까봐서 / Jewelry

모를까봐서 / Jewelry
아무도 모르죠 꿈에도 꿈에도
อา มู โด โม รือ จโย กู เม โด กู เม โด
ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งความฝัน

그대도 모르죠 하나도 하나도
คือ แด โด โม รือ จโย ฮา นา โด ฮา นา โด
แม้กระทั่งสิ่งๆเดียว คุณก็ไม่รู้
------------------------

헤어지잔 그 말이 가슴을 백번도 쳐서
เฮ ออ จิน จัน คือ มา ลี คา ซือ มึล แพก บอน โด ชยอ ซอ
คำพูดที่ว่าเลิกกันทำร้ายหัวใจเป็นร้อยครั้ง

하루도 온종일 잠시도 없죠
ไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆในตลอดทั้งวันที่หัวใจไม่ได้หยุดพัก
------------------------

모를까봐서 아니 넌 다를까봐서
โม รึล กา บวา ซอ อา นี นอน ทา รึล กา บวา ซอ
เพราะกลัวที่คุณไม่รู้ ไม่ใช่สิ เป็นเพราะกลัวที่คุณแปลกไป
내 가슴이 시린 머리에 또 다시
แน คา ซือ มี ชี ริน มอ รี เอ โต ทา ชี
หัวใจฉันทำให้ปวดหัวอีกครั้งแล้ว
미치게 아프고아리고 아릴까봐서
มิ ชิ เก อา พือ โก อา รี โก อา ริล กา บวา ซอ
ฉันต้องเจ็บปวดอย่างบ้าคลั่ง เพราะกลัวที่จะเป็นทุกข์
------------------------

또 내가 원망을 이렇게 말할 수 없어서
โต แน กา วอน มา งึล อี รอ เค มัล ฮัล ซู ออบ ซอ ซอ
อีกครั้งแล้วที่ฉันไม่สามารถพูดความปรารถนาของตนเองได้
터질 것 같은 내 맘이 가리워진다 해도
ทา จิล คอด กา ทึน แน มา มี คา รี วอ จิน ดา แฮ โด
หัวใจฉันต้องการคุณราวกับจะระเบิดออกมา
사랑해 그대만을
ซา ราง แฮ คือ แด มา นึล
ฉันรักคุณเพียงคนเดียว
------------------------

말하고 말하죠 사랑이 뭐라고
มัล ฮา โก มัล ฮา จโย ซา รา งี มอ รา โก
บอกสิ บอกว่าความรักคืออะไร
시간이 모든걸 해결해 줄꺼라고
ชี กา นี โม ดึน กอล แฮ กยอล จุล กอ รา โก
และเวลาจะแก้ไขทุกอย่างเอง
------------------------

헝크러진 마음에 단추를 채우려해도
ฮอง คือ รอ จิน มา อือ เม ทัน ชู รึล แช อู รยอ แฮ โด
ถึงแม้ฉันจะปิดหัวใจที่สับสนวุ่นวายให้แน่นหนา
흩어져 하나도 모을 수 없죠
ฮือ ทอ จยอ ฮา นา โด โม อึล ซู ออบ จโย
แต่ก็รวบรวมหัวใจที่แตกสลายเข้าด้วยกันไม่ได้
------------------------

모를까봐서 아니 넌 다를까봐서
โม รึล กา บวา ซอ อา นี นอน ทา รึล กา บวา ซอ
เพราะกลัวที่คุณไม่รู้ ไม่ใช่สิ เป็นเพราะกลัวที่คุณแปลกไป
내 가슴이 시린 머리에 또 다시
แน คา ซือ มี ชี ริน มอ รี เอ โต ทา ชี
หัวใจฉันทำให้ปวดหัวอีกครั้งแล้ว
미치게 아프고 아리고 아릴까봐서
มิ ชิ เก อา พือ โก อา รี โก อา ริล กา บวา ซอ
ฉันต้องเจ็บปวดอย่างบ้าคลั่ง เพราะกลัวที่จะเป็นทุกข์
------------------------

또 내가 원망을 이렇게 말할 수 없어서
โต แน กา วอน มา งึล อี รอ เค มัล ฮัล ซู ออบ ซอ ซอ
อีกครั้งแล้วที่ฉันไม่สามารถพูดความปรารถนาของตนเองได้
터질 것 같은 내 맘이 가리워진다 해도
ทา จิล คอด กา ทึน แน มา มี คา รี วอ จิน ดา แฮ โด
หัวใจฉันต้องการคุณราวกับจะระเบิดออกมา
사랑해 그대만을
ซา ราง แฮ คือ แด มา นึล
ฉันรักคุณเพียงคนเดียว
------------------------

그대가 떠나가던 날 너무 아쉬워
คือ แด กา ตอ นา กา ดอน นัล นอ มู อา ชวี วอ
ฉันรู้สึกผิดมากวันที่คุณจากไป
부르고 불러도 이렇게 그대를 보내야하죠
พู รือ โก พูล รอ โด อี รอ เค คือ แด รึล โพ แน ยา ฮา จโย
แม้ฉันจะร้องเรียกคุณแบบนี้ แต่ก็ต้องปล่อยคุณไป
------------------------

기다렸는데 하루도 쉬지 않는데
คี ดา รยอด นึน เด ฮา รุ โด ชวี จี อัน นึน เด
ฉันรอคอยคุณ ไม่แม้แต่จะพักในวันๆหนึ่ง
내 마음이 지친 눈가를 또 다시
แน มา อือ มี ชี ชิน นุน กา รึล โต ทา ชี
หัวใจฉันทำให้ดวงตาต้องเหนื่อยล้าอีกครั้งแล้ว
적시게 아파도 그리운 사람이라서
ชอก ชี เก อา พา โด คือ รี อุน ซา รา มี รา ซอ
ถึงจะเจ็บปวด แต่เพราะคุณคือคนที่ฉันเฝ้าคิดถึง
------------------------

또 내가 차가운 뒷모습 남기고 떠나도
โต แน กา ชา กา อุน ทวิด โม ซึบ นัม กี โก ตอ นา โด
แม้แผ่นหลังอันเย็นชาของฉันที่หันเดินไปอีกครั้ง
나를 찾아오지 않아 눈물만 준다해도
นา รึล ชา จา โอ จี อา นา นุน มุล มัน จุน ดา แฮ โด
คุณคงไม่มาหาฉัน เพียงแค่น้ำตาเท่านั้นที่มีให้
사랑해 그대만을
ซา ราง แฮ คือ แด มา นึล
ฉันรักคุณเพียงคนเดียว
모를까봐서 아니 넌 다를까봐서
------------------------
โม รึล กา บวา ซอ อา นี นอน ทา รึล กา บวา ซอ
เพราะกลัวที่คุณไม่รู้ ไม่ใช่สิ เป็นเพราะกลัวที่คุณแปลกไป
내 가슴이 시린 머리에 또 다시
แน คา ซือ มี ชี ริน มอ รี เอ โต ทา ชี
หัวใจฉันทำให้ปวดหัวอีกครั้งแล้ว
미치게 아프고 아리고 아릴까봐서
มิ ชิ เก อา พือ โก อา รี โก อา ริล กา บวา ซอ
ฉันต้องเจ็บปวดอย่างบ้าคลั่ง เพราะกลัวที่จะเป็นทุกข์
------------------------
또 내가 원망을 이렇게 말할 수 없어서
โต แน กา วอน มา งึล อี รอ เค มัล ฮัล ซู ออบ ซอ ซอ
อีกครั้งแล้วที่ฉันไม่สามารถพูดความปรารถนาของตนเองได้
터질 것 같은 내 맘이 가리워진다 해도
ทา จิล คอด กา ทึน แน มา มี คา รี วอ จิน ดา แฮ โด
หัวใจฉันต้องการคุณราวกับจะระเบิดออกมา
사랑해 그대만을
ซา ราง แฮ คือ แด มา นึล
ฉันรักคุณเพียงคนเดียว

วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

゙• Lyric Love U / Howl

Love U / Howl - Ost. Boys Over Flower

자꾸 익숙한 향기 나네요 그댈 스쳤던 바람이
ฉาโก อิกซุกฮัน ฮยางกี นาเนโย คือแดล ซือชยอดดอน พารามี
지금 내 곁을 지나가나봐요
ฉีกึม แน กยอทึล ฉีนากานาพวาโย
나의 가슴속에 그대만을 비추는 햇살인가봐요
นาอึย คาซึมโซเก คือแดมานึล พีชูนึน แฮดซารินกาพวาโย
아픈 상처까지 감싸주는걸요 Love U
อาพึน ซังชอกาจี คัมซาจูนึนกอลโย Love U
그댈 떠올리며 이제 다시 꼭 눈을 감죠
คือแดล ตอโอลรีมยอ อีเจ ดาซี โกก นูนึล คัมจโย
* 사랑해 그대 두 눈 채울 수 있다면
ซารังแฮ คือแด ดู นุน แชอุล ซู อิดดามยอน
사랑해 그대 내게 웃음 보여준다면
ซารังแฮ คือแด แนเก อูซึม โพยอจุนดามยอน
저기 별빛마저도 모두 가져다 줄텐데
ฉอกี พยอลบิดมาจอโด โมดู คาจยอดา ฉุลเทนเด
사랑해 이런 내 맘 전할 수 있다면
ซารังแฮ อีรอน แน มัม ฉอนอัล ซู อิดดามยอน
사랑해 그대 그 맘 가르쳐 준다면
ซารังแฮ คือแด คือ มัม คารือชยอ ฉุนดามยอน
나 모두 닮아갈께요 Love U Love U Love U 영원히
นาโมดู ดัลมากัลเกโย Love U Love U Love U ยองวอนฮี
그대 따라서 걷고 있어요 저기 달빛 뒤에 숨어
คือแด ตาราซอ คอดโก อีซอโย ฉอกี ดัลบิด ดวีเอ ซูมอ
그리 눈치 없으면 어떡해요
คือรี นุนชี ออบซือมยอน ออตอกแฮโย
비라도 내리게 구름에게 또 한번 부탁할까요
พีราโด แนรีเก คูรือเมเก โต ฮันบอน พูทักฮัลกาโย
젖은 그대 마음 안아 줄 수 있게 Love U
ฉอจึน คือแด มาอึม อานา ฉุล ซู อิดเก Love U
그댈 떠올리며 이제 다시 꼭 눈을 감죠
คือแดล ตอโอลรีมยอ อีเจ ดาซี โกก นูนึล คัมจโย
사랑해 그대 두 눈 채울 수 있다면
ซารังแฮ คือแด ดู นุน แชอุล ซู อิดดามยอน
사랑해 그대 내게 웃음 보여준다면
ซารังแฮ คือแด แนเก อูซึม โพยอจุนดามยอน
저기 별빛마저도 모두 가져다 줄텐데
ฉอกี พยอลบิดมาจอโด โมดู กาจยอดา ฉุลเทนเด
사랑해 이런 내 맘 전할 수 있다면
ซารังแฮ อีรอน แน มัม ฉอนฮัล ซู อิดดามยอน
사랑해 그대 그 맘 가르쳐 준다면
ซารังแฮ คือแด คือ มัม คารือชยอ ฉุนดามยอน
나 모두 닮아갈께요 Love U Love U Love U 영원히
นาโมดู ดัลมากัลเกโย
Love U Love U Love U ยองวอนฮี
ENGLISH TRANSLATIONS
ohhh... ohhh...

I smell a familiar fragrance in the air
ฉันได้กลิ่นหอมแสนคุ้นเคยในอากาศ
The breeze that blew around you now blows across to me, oooh
ลมอ่อนๆที่อยู่รอบตัวเธอกำลังพัดมาที่ฉัน
In my heart, maybe it was the light you made shine upon me
ในหัวใจนั้น มันอาจเป็นแสงสว่างจากเธอส่องมา
That light shields me from hurtful sorrows
แสงที่ปกป้องฉันจากความเสียใจ

Love you.... thinking of you now, I close my eyes again
รักเธอ... คิดถึงเธอ.. จึงได้หลับตาลงอีกครั้ง

I love you. If I could fill your two eyes
ฉันรักเธอ.. หากว่าฉันสามารถมองตา
I love you. If I could show you my smiles ฉันรักเธอ..
หากว่าฉันสามารถเผยรอยยิ้มให้เธอเห็น
I could give you all the bright stars in the sky oooh
สามารถมอบดวงดาวแสนสวยทั้งหมดบนท้องฟ้าให้
I love you. If I could show you my love
ฉันรักเธอ.. หากฉันสามารถแสดงความรักของฉันออกไป
I love you. If you could teach me you heart
ฉันรักเธอ.. หากเธอสามารถสอนหัวใจของเธอให้ฉันได้รู้
Id follow whatever you do
ฉันจะทำตามทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำ

Love you, Love you, Love you Forever
รักเธอ รักเธอ รักเธอตลอดไป

Im walking right behind you beneath the moonlight
ฉันเดินอยู่ข้างหลังเธอ เดินอยู่ภายใต้แสงจันทร์
Look at me a little more closely
มองฉันให้ใกล้อีกสักนิด
Should I ask the clouds to let the rain fall for you once again
ฉันควรให้เมฆสร้างฝนขึ้นมาอีกครั้งไหม? So I could hold on to your wet heart
จะได้โอบกอดหัวใจอันเปียกปอนของเธอ

Love you.... thinking of you now, I close my eyes again
รักเธอ... คิดถึงเธอ.. จึงได้หลับตาลงอีกครั้ง

I love you. If I could fill your two eyes ฉันรักเธอ..
หากว่าฉันสามารถมองตา I love you. If I could show you my smiles
ฉันรักเธอ.. หากว่าฉันสามารถเผยรอยยิ้มให้เธอเห็น
I could give you all the bright stars in the sky oooh
สามารถมอบดวงดาวแสนสวยทั้งหมดบนท้องฟ้าให้
I love you. If I could show you my love
ฉันรักเธอ.. หากฉันสามารถแสดงความรักของฉันออกไป
I love you. If you could teach me you heart
ฉันรักเธอ.. หากเธอสามารถสอนหัวใจของเธอให้ฉันได้รู้
Id follow whatever you do
ฉันจะทำตามทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำ

Love you, Love you, Love you only you
รักเธอ รักเธอ รักเธอเท่านั้น
Thk Credits to crazykyootie @ soompi
Thai trans by :: EunSun²@Wondergirlsthailand.com