゙• Depapepe

: Depapepe - デパペペ :
ก่อตั้งวงครั้งแรกเมื่อ ปี 2002 ทำอัลบั้มอินดี้ (ใต้ดิน) อยู่ 3 อัลบั้ม

หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2005 ก็ออกอัลบั้มบนดินอัลบั้มแรก มีชื่ออัลบั้มว่า Let's Go!!! ในสังกัดของ Sony Music Japan

Depapepe เป็นชื่อวงที่เกิดจากการเล่นคำ โดยนำชื่อเล่นของสมาชิกใน วงทั้ง 2 คน มาต่อกัน คือ Depa + Pepe

Depapepe เป็นวงมาจากญี่ปุ่น มีสมาชิก 2 คนด้วยกัน ก็ตอนแรกเล่นใต้ดินและพอผลงานเป็นที่รู้จักก็ขึ้นมาบนดินแล้วล่ะ แนวเพลงเป็นการถ่ายทอดอารมณ์เพลงผ่านกีตาร์ โดยมีทั้งเพลงช้าและเร็ว เน้นจินตนาการ ไม่มีการร้องประกอบนะ ใช้กีตาร์ถ่ายทอดอารมณ์ออกมา

ทาคุยะ มิอุระ [ Takuya Miura] Depa
มาจาก : Nada-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 5 เมษายน 1983
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Deppa, Depa-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B, Nuno Bettencourt, Michael Schenker
วิชาที่ถนัด : คณิตศาสตร์
วิชาที่ไม่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น สังคมศึกษา
อาหารที่ทำได้ : Stir-fried rice
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : Father, Taku-san
งานอดิเรก : เดินและมองไปในสวนหรือสนามหญ้าพร้อมทำตัวให้สบาย
หนังสือเล่มโปรด : One Piece, Beck
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ที่บ้าน
คอนเสิร์ตครั้งแรก : B’z’
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Osama Fuka-Murasaki Densetsu

โยชินาริ โทคุโอกะ [ Yoshinari Tokuoka] Pepe
มาจาก : Suma-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 15 กรกฎาคม 1977
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Taku-san, Pepe-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B,Jun Kajiwara
วิชาที่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น, ยิมนาสติก
วิชาที่ไม่ถนัด : คณิตศาสตร์
อาหารที่ทำได้ : Dried curry, recipes using ponzu sauce
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : My parents, Jun Kajiwara, Hi-Standard
งานอดิเรก : ตกปลา
หนังสือเล่มโปรด : Acoustic Guitar Magazine
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ในห้องตัวเอง
คอนเสิร์ตครั้งแรก : Stevie Wonder’s
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Hikaru Genji, Katsumi


ลองหาฟังได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=BrhMYsgub_s&feature=related

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

゙• หน้าที่ของวาทยากร

วาทยกร เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อวงออร์เคสตราและวงโยธวาทิตเป็นอย่างยิ่ง เพราะวงเหล่านี้ใช้เครื่องดนตรีหลายประเภทบรรเลงประสานกัน การให้จังหวะสำหรับวงดนตรีเป็นสิ่งสำคัญ การให้จังหวะสมัยเมื่อหลายร้อยปีก่อน เวลามีการบรรเลงดนตรี ข้างหน้าวงจะมีผู้ถือไม้พลองยาว ๆ คอยกระทุ้งพื้นให้จังหวะ
นักดนตรี ต่อมาพบว่าเสียงนั้นดังรบกวนการบรรเลงจนเกินไป และมักเกิดอุบัติเหตุไม้ที่กระทุ้งพลาดถูกขาผู้ให้จังหวะ ดังนั้นจากไม้พลองยาว ๆ ในยุคเก่าก่อน
จึงได้พัฒนามาเป็น “ไม้บาตอง” ในปัจจุบัน

ผู้ที่ถือไม้บาตองหน้าวงออร์เคสตราทำหน้าที่สำคัญหลายประการ คือ

๑. ให้จังหวะเริ่ม จังหวะหยุด จังหวะเข้า แก่นักตนตรี
ในการเล่นเพลงเพลงหนึ่ง นักดนตรีจะมีโน้ตเฉพาะเครื่องดนตรีของตนเท่านั้น ส่วนวาทยกรจะมี “สกอร์” คือ โน้ตใหญ่ที่รวมโน้ตดนตรีทุก ๆ ชิ้นสำหรับเพลงนั้นไว้ เมื่อเริ่มเล่นวาทยกรจะถือบาตองเตรียมไว้ เมื่อเขาดึงมือขึ้นมาเล็กน้อยตัวโน้ตแรกของบทเพลงก็จะโลดแล่นออกมา แล้ววาทยกรจะเป็นผู้คอยให้คิวแก่นักดนตรีว่าถึงคราวของเครื่องดนตรีประเภทนั้น ๆ แล้ว ถึงแม้ก่อนแสดงจะมีการฝึกซ้อมกันอย่างดี แต่เพลงบางเพลงก็ยาวและมีช่วงพักของเครื่องดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่งนาน ๆ อาจทำให้นับจังหวะผิดพลาดได้ วาทยกรจึงต้องสื่อสารกับนักดนตรีด้วยการชำเลืองมองนักดนตรีเป็นการเตือนล่วงหน้าให้เตรียมพร้อม เมื่อไม้บาตองยกขึ้นเมื่อใดจึงเริ่มบรรเลง

วาทยกรไม่ได้หลับตาเวลาทำงาน มิฉะนั้นจะมองสกอร์หรือสบตากับนักดนตรีได้อย่างไรวาทยกรอาจหลับตาบ้างบางขณะก็ด้วยเกิดอารมณ์คล้อยตามไปกับบทเพลง

๒. กำหนดความดัง-เบา ความเร็ว-ช้าของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด
ไม้บาตองในมือวาทยกรมีรูปแบบการวาดที่เป็นพื้นฐานอยู่ตัวอย่างเช่น หนึ่งห้องมีสองจังหวะจะวาดมือสองครั้ง มีสามจังหวะวาดมือสามครั้ง เป็นต้น การวาดมือยังกำหนดความดัง - เบาให้นักดนตรีได้ ถ้าวาดมือเป็นวงเล็กก็เล่นเบา ถ้าทำมือกว้างหมายถึงให้เล่นดัง และการวาดมือยังกำหนดความเร็ว - ช้าในการเล่นอีกด้วย


๓. ควบคุมการแสดงทั้งหมด และตีความดนตรีในส่วนที่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ
วาทยกรที่ดีจะต้องมีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา นัดซ้อมคราใดต้องมาให้ตรงเวลา การบ้านชิ้นใหญ่ที่วาทยกรต้องทำ คือ ศึกษาสกอร์เพลงเพื่อให้แม่นในการให้คิวเข้าออกของดนตรีแต่ละชิ้น แม่นในเสียงประสานต่าง ๆ วาทยกรต้องรู้ประวัติศาสตร์ รู้วรรณคดีดนตรี มีความรู้เกี่ยวกับวง ต้องแม่นยำว่าเครื่องดนตรีแต่ละชนิดมีคุณภาพในระดับใด และวาทยกรต้องเป็นผู้ตีความเพลงนั้น ๆ ได้อย่างสามารถ


เพลงเพลงหนึ่งแม้จะมีตัวโน้ตที่ตายตัว ทว่าการเล่นแต่ละครั้งภายใต้การนำของวาทยกรแต่ละคนจะออกมาต่างกันวาทยกรแต่ละคนจะมีสไตล์เป็นของตัวเอง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาตีความไปตามอารมณ์ตามอำเภอใจ หากเป็นการตีความตามหลักวิชาการและตามอารมณ์ตนตรีมากกว่า ความแตกต่างในการตีความมักอยู่ในส่วนรายละเอียดในจุดเล็ก ๆ เช่น เล่นดังขนาดนี้พอหรือยัง เพลงหวานหวานซึ้งขนาดนี้พอไหม หรือต้องหวานกว่า หรือต้องการเน้นเสียงไหนให้ชัดขึ้นมาเป็นพิเศษ

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น