゙• Depapepe
: Depapepe - デパペペ :
ก่อตั้งวงครั้งแรกเมื่อ ปี 2002 ทำอัลบั้มอินดี้ (ใต้ดิน) อยู่ 3 อัลบั้ม
หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2005 ก็ออกอัลบั้มบนดินอัลบั้มแรก มีชื่ออัลบั้มว่า Let's Go!!! ในสังกัดของ Sony Music Japan
Depapepe เป็นชื่อวงที่เกิดจากการเล่นคำ โดยนำชื่อเล่นของสมาชิกใน วงทั้ง 2 คน มาต่อกัน คือ Depa + Pepe
Depapepe เป็นวงมาจากญี่ปุ่น มีสมาชิก 2 คนด้วยกัน ก็ตอนแรกเล่นใต้ดินและพอผลงานเป็นที่รู้จักก็ขึ้นมาบนดินแล้วล่ะ แนวเพลงเป็นการถ่ายทอดอารมณ์เพลงผ่านกีตาร์ โดยมีทั้งเพลงช้าและเร็ว เน้นจินตนาการ ไม่มีการร้องประกอบนะ ใช้กีตาร์ถ่ายทอดอารมณ์ออกมา
ทาคุยะ มิอุระ [ Takuya Miura] Depa
มาจาก : Nada-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 5 เมษายน 1983
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Deppa, Depa-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B, Nuno Bettencourt, Michael Schenker
วิชาที่ถนัด : คณิตศาสตร์
วิชาที่ไม่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น สังคมศึกษา
อาหารที่ทำได้ : Stir-fried rice
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : Father, Taku-san
งานอดิเรก : เดินและมองไปในสวนหรือสนามหญ้าพร้อมทำตัวให้สบาย
หนังสือเล่มโปรด : One Piece, Beck
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ที่บ้าน
คอนเสิร์ตครั้งแรก : B’z’
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Osama Fuka-Murasaki Densetsu
โยชินาริ โทคุโอกะ [ Yoshinari Tokuoka] Pepe
มาจาก : Suma-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 15 กรกฎาคม 1977
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Taku-san, Pepe-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B,Jun Kajiwara
วิชาที่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น, ยิมนาสติก
วิชาที่ไม่ถนัด : คณิตศาสตร์
อาหารที่ทำได้ : Dried curry, recipes using ponzu sauce
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : My parents, Jun Kajiwara, Hi-Standard
งานอดิเรก : ตกปลา
หนังสือเล่มโปรด : Acoustic Guitar Magazine
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ในห้องตัวเอง
คอนเสิร์ตครั้งแรก : Stevie Wonder’s
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Hikaru Genji, Katsumi
ลองหาฟังได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=BrhMYsgub_s&feature=related
ก่อตั้งวงครั้งแรกเมื่อ ปี 2002 ทำอัลบั้มอินดี้ (ใต้ดิน) อยู่ 3 อัลบั้ม
หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2005 ก็ออกอัลบั้มบนดินอัลบั้มแรก มีชื่ออัลบั้มว่า Let's Go!!! ในสังกัดของ Sony Music Japan
Depapepe เป็นชื่อวงที่เกิดจากการเล่นคำ โดยนำชื่อเล่นของสมาชิกใน วงทั้ง 2 คน มาต่อกัน คือ Depa + Pepe
Depapepe เป็นวงมาจากญี่ปุ่น มีสมาชิก 2 คนด้วยกัน ก็ตอนแรกเล่นใต้ดินและพอผลงานเป็นที่รู้จักก็ขึ้นมาบนดินแล้วล่ะ แนวเพลงเป็นการถ่ายทอดอารมณ์เพลงผ่านกีตาร์ โดยมีทั้งเพลงช้าและเร็ว เน้นจินตนาการ ไม่มีการร้องประกอบนะ ใช้กีตาร์ถ่ายทอดอารมณ์ออกมา
ทาคุยะ มิอุระ [ Takuya Miura] Depa
มาจาก : Nada-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 5 เมษายน 1983
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Deppa, Depa-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B, Nuno Bettencourt, Michael Schenker
วิชาที่ถนัด : คณิตศาสตร์
วิชาที่ไม่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น สังคมศึกษา
อาหารที่ทำได้ : Stir-fried rice
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : Father, Taku-san
งานอดิเรก : เดินและมองไปในสวนหรือสนามหญ้าพร้อมทำตัวให้สบาย
หนังสือเล่มโปรด : One Piece, Beck
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ที่บ้าน
คอนเสิร์ตครั้งแรก : B’z’
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Osama Fuka-Murasaki Densetsu
โยชินาริ โทคุโอกะ [ Yoshinari Tokuoka] Pepe
มาจาก : Suma-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 15 กรกฎาคม 1977
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Taku-san, Pepe-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B,Jun Kajiwara
วิชาที่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น, ยิมนาสติก
วิชาที่ไม่ถนัด : คณิตศาสตร์
อาหารที่ทำได้ : Dried curry, recipes using ponzu sauce
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : My parents, Jun Kajiwara, Hi-Standard
งานอดิเรก : ตกปลา
หนังสือเล่มโปรด : Acoustic Guitar Magazine
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ในห้องตัวเอง
คอนเสิร์ตครั้งแรก : Stevie Wonder’s
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Hikaru Genji, Katsumi
ลองหาฟังได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=BrhMYsgub_s&feature=related
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553
゙• โสมกับความเชื่อเรื่องอายุวัฒนะ
โสม (Ginsing) เป็นสมุนไพรที่ใช้กันในแถบเอเชียมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว เดิมมีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เกาหลี และไซบีเรีย ในตำรับเภสัชของจีนได้กล่าวถึงสรรพคุณของรากโสมว่าช่วยทำให้อวัยวะภายในเป็นปกติ สงบ ไม่มีอารมณ์หวั่นไหว ฟุ้งซ่าน ทำให้สุขภาพดี ทำให้ตาแจ่มใส จิตใจแช่มชื่น เพิ่มความฉลาด ในประเทศไทยมีผู้นิยมรับประทานเป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง นับเป็นสมุนไพรที่มีราคาแพง
โสมที่มีการศึกษาวิจัยองค์ประกอบทางเคมี และนำมาใช้กัน มากที่สุดมี 2 ชนิด คือ โสมเอเชีย ซึ่งนิยมเรียกว่า โสมจีน หรือโสมเกาหลีนั่นเอง และอีกชนิดคือโสมอเมริกัน โดยเฉพาะในประเทศจีน ความต้องการของตลาดสูงมาก และมีการปลูกมาก เนื่องจากเชื่อว่าการเกิดโรคต่างๆ มีสาเหตุจากความไม่สมดุลของของหยิน และหยาง และการใช้โสมสามารถปรับสมดุลร่างกายได้ ในประเทศจีนมีการใช้โสมทั้ง 2 ชนิด สำหรับโสมอเมริกัน มีสมบัติเป็นยาเย็น (yin) และโสมจีนมีสมบัติเป็นหยาง (yang) หรือยาร้อน ปกติโสมเป็นพืชที่เจริญเติบโตช้า มีความสูงของต้นเพียง 60-80 เซนติเมตรเท่านั้น และต้องรอนานถึง 6 ปี จึงจะได้รากโสมที่มีสารสำคัญทางยาในปริมาณสูงสุด
1. โสมเกาหลี หรือโสมคน (Korean ginseng) เนื่องจากรูปร่างของราก ที่มีลักษณะคล้ายคน มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Panax ginseng C.A.Meyer จัดอยู่ในวงศ์ Araliaceae คำว่า "panax" มาจาก "panacea" แปลว่า "รักษาได้สารพัดโรค" โสมชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน แล้วมีการนำไปศึกษาทดลองปลูกในเกาหลี และญี่ปุ่น จนประสบความสำเร็จในเชิงการค้า ถ้าปลูก และส่งออกจากประเทศจีน มักเรียกว่า "โสมจีน (Chinese ginseng)" ที่ปลูก และส่งออกจากประเทศเกาหลีมักเรียกว่า "โสมเกาหลี (Korean ginseng)" เมื่อปลูกจนมีอายุครบ 6 ปี จึงจะมีตัวยาสำคัญสูงสุด โสมที่ขายในตลาดทั่วไปรวมทั้งประเทศไทย มีอยู่ 2 ชนิด คือโสมขาว และโสมแดง, โสมแดง (red ginseng) คือโสมที่ผ่านไอน้ำอุณหภูมิประมาณ 100 องศาเซลเซียส เพื่อฆ่าเอนไซม์ และเชื้อรา ความร้อนทำให้ได้สารที่มีลักษณะคล้ายคาราเมลที่ผิวชั้นนอก (epidermis) ของราก ทำให้ได้รากโสมที่มีสีแดงอมน้ำตาล และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาดีกว่าโสมขาว และราคาแพงกว่า ส่วนโสมขาว (white ginseng) ได้จากการนำรากโสมมาล้างน้ำให้สะอาด และตากแดดให้แห้ง จะมีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม
2. โสมอเมริกา (American ginseng) มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Panax quinquefolium L. เป็นไม้ป่าในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา พบครั้งแรกที่ประเทศแคนาดา ในอเมริกาเหนือ มีการใช้ทั้งในรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องดื่ม และชาชง ชาวจีนนำมาปลูก และใช้เช่นเดียวกับโสมเกาหลี
สรรพคุณของโสมจากการศึกษาวิจัยพบว่าโสมมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ที่สำคัญๆ ได้แก่
1) เพิ่มสมรรถนะในการทำงานของร่างกายให้สูงขึ้น เนื่องจากโสมมีสรรพคุณในการต้านความเมื่อยล้า (anti-fatigue effect) จากกลไกร่วมกันหลายอย่าง เช่น การเพิ่มการดูดซึมออกซิเจนของผนังเซล เซลจึงสามารถสร้างพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นโสมยังช่วยปรับการเต้นของหัวใจ ให้กลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น ร่างกายจึงเหนื่อยช้าลง มีความอดทนต่อการทำงานมากขึ้น ซึ่งช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีสมรรถภาพการทำงานของร่างกายดีขึ้น และช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยในระหว่างพักฟื้น ให้หายเจ็บป่วย เป็นปกติได้เร็วขึ้น และเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื่อกันว่าโสมมีสรรพคุณกระตุ้นสมรรถนะทางเพศ ทั้งนี้มีรายงานว่าโสมมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดด้วย
2) คุณสมบัติต่อต้านความเครียด (anti-stress effect) โดยจะช่วยปรับร่างกาย และจิตใจ ให้ทนต่อความกดดันจากภายนอก โดยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลป้องกัน และลดความเครียดจากต่อมใต้สมอง และช่วยคลายความวิตกกังวล
3) กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง มีผลให้รู้สึกมีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า โดยไม่ทำให้เกิดการอ่อนเพลีย หรืออ่อนล้าตามมา เหมือนยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางอื่นๆ โดยพบว่าซาโปนินจากโสมเมื่อให้ในขนาดน้อยๆ จะมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง แต่เมื่อให้ในขนาดสูงๆจะมีฤทธิ์กดประสาท ดังนั้นควรรับประทานในขนาดที่พอเหมาะนะคะ มิเช่นนั้นอาจได้ผลตรงกันข้าม
4) เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน โดยมีผลกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบไม่เฉพาะเจาะจง มีรายงานว่าเพิ่มเม็ดเลือดขาวบางชนิดจึงเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม
5) มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีฤทธิ์กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลิน มาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ
6) ชะลอความแก่ เนื่องจากโสมมีฤทธิ์ทำลายอนุมูลอิสระของออกซิเจนที่เกิดจากการทำลายไขมัน (lipid oxidation) อนุมูลอิสระนี้มีอนุภาพทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ให้เสื่อมสลายลงก่อนเวลาอันควร ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลทำให้เกิด "ชราภาพ (aging)" เนื่องจากผลของโสมในการปรับสภาพร่างกาย และจิตใจให้ทนต่อความกดดัน เชื่อว่าช่วยเสริมฤทธิ์กันทำให้โสมมีสรรพคุณ "ชะลอความชรา" ได้
GinZingTM Refreshing Eye Cream จาก ออริจินส์ คำตอบล่าสุดในการดูแลปกป้อง เลือนร่องรอยคล้ำ และความเหนื่อยล้าของผิวบริเวณรอบดวงตาให้แลดูเนียนเรียบ กระจ่างสดใสขึ้นทันที
゙• กำเนิดประเพณีสงกรานต์
ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ และเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงามฝังลึกอยู่ในชีวิตของคนคำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต แปลว่า ผ่านหรือเคลื่อนย้าย หมายถึง การเคลื่อนย้ายยมาช้านาน การย้ายของพระอาทิตย์เข้าไปจักรราศีใดราศีหนึ่ง จะเป็นราศีใดก็ได้ แต่ความหมายที่คนไทยทั่วไปใช้ หมายเฉพาะวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายนเท่านั้น
ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์
กล่าวไว้ว่า ก่อนพุทธกาลมีเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง อายุเลยวัยกลางคนก็ยังไร้ทายาทสืบสกุล ซึ่งทำให้ท่านเศรษฐีทุกข์ใจเป็นอันมาก ข้างรั้วบ้านเศรษฐีมีครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวเป็นนักเลงสุรา ถ้าวันไหนร่ำสุราสุดขีด ก็จะพูดเสียงดังแสดงวาจาเยาะเย้ยเศรษฐีสบประมาทในความมีทรัพย์มาก แต่ไร้ทายาทสืบสมบัติเสมอ วันหนึ่งเศรษฐีจึงถามว่ามีความขุ่นเคืองอะไรจึงแสดงอาการเยาะเย้ยและสบประมาท เฒ่านักดื่มจึงตอบ ถึงท่านมั่งมีสมบัติมากก็จริง แต่เป็นคนมีบาปกรรมท่านจึงไม่มีบุตร ตายไปแล้วสมบัติก็ตกเป็นของผู้อื่นหมด สู้เราไม่ได้ถึงแม้จะยากจนแต่ก็มีบุตรคอยดูแลรักษายามเจ็บไข้ และรักษาทรัพย์สมบัติเมื่อเราสิ้นใจ
นับแต่นั้นมา เศรษฐียิ่งมีความเสียใจ จึงพยายามไปบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ เพียรพยายามตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร ทำเช่นนี้เป็นเวลาติดต่อกันถึงสามปี ก็ไม่ได้บุตรดังที่ตนปรารถนาจนวันหนึ่งเป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ ท่านเศรษฐีก็พาข้าทาสบริวารของตนมาที่โคนต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำที่อาศัยของนกทั้งหลาย ท่านเศรษฐีให้บริวารล้างข้าวสารด้วยน้ำสะอาดถึง 7 ครั้ง แล้วจึงหุงข้าวสารนั้น เมื่อสุกแล้วยกขึ้นบูชาพระไทร เทพเหล่านั้นเกิดความสงสาร จึงขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ ทูลขอบุตรแก่เศรษฐี พระอินทร์จึงบัญชาให้เทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “ธรรมบาล” ลงมาเกิดในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อครบกำหนดภรรยาเศรษฐีก็คลอดบุตรเป็นชาย เศรษฐีจึงตั้งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร เพื่อตอบสนองพระคุณเทพเทวา เศรษฐีจึงสร้างปราสาทสูง 7 ชั้น ถวายเทพต้นไทร
เมื่อธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้น เป็นเด็กที่มีปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ และวัยเพียง 7 ขวบก็เรียนจบไตรเพท ยังมีเทพองค์หนึ่งชื่อ “ท้าวกบิลพรหม” ได้ยินกิตติศัพท์ทางสติปัญญาอันยอดเยี่ยมของเด็กน้อย จึงคิดทดลองภูมิปัญญาโดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจึงถามปัญหา 3 ข้อ ถ้ากุมารน้อยแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อได้ กบิลพรหมจะตัดศีรษะของตนบูชา ถ้าธรรมบาลแก้ไม่ได้ ก็จะต้องเสียหัวเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ ปัญหานั้นมีว่า
1. ตอนเช้าราศีคนอยู่แห่งใด
2. ตอนเที่ยงราศีของคนอยู่แห่งใด
3. ตอนค่ำราศีของคนอยู่แห่งใด
เมื่อได้ฟังปัญหาแล้ว ธรรมบาลไม่อาจทราบคำตอบในทันทีได้ จึงผลัดวันตอบปัญหาไปอีก 7 วัน ครั้นเวลาล่วงจากนั้นไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดหาคำตอบปัญหานั้นไม่ได้ จึงหลบออกจากปราสาทหนีเข้าป่า และไปนอนพักเอาแรงใต้ต้นตาล ขณะนั้นบนต้นตาลมีนกอินทรีคู่หนึ่งอาศัยอยู่ นางนกถามสามีว่า “พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน” นกสามีก็ตอบว่า “พรุ่งนี้เราไม่ต้องบินไปไกล เพราะจะได้กินเนื้อธรรมบาลกุมาร ซึ่งจะถูกท้าวกบิลพรหมตัดหัว เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ได้” นางนกถามว่า “ปัญหานั้นว่าอย่างไร” นกสามีตอบว่า ปัญหามีอยู่ 3 ข้อ และหมายถึง
ข้อหนึ่ง ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกๆ เช้า ข้อสอง ตอนเที่ยงราศีคนอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ข้อสาม ตอนค่ำราศีคนอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน
ธรรมบาลกุมาร ได้ยินการไขปัญหาของนกอินทรี และจำจนขึ้นใจ ทั้งนี้เพราะธรรมบาลรู้ภาษานก จึงกลับสู่ปราสาทอันเป็นที่อยู่แห่งตน รุ่งขึ้นเป็นวันครบกำหนดแก้ปัญหา ท้าวกบิลพรหมมาฟังคำตอบ ธรรมบาลกุมารกล่าวแก้ปัญหาตามที่นกอินทรีคุยกันทุกประการ ท้าวกบิลพรหมจึงเรียก ธิดาทั้ง 7 ของตนอันเป็นบริจาริกาคือหญิงรับใช้ของพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าตนจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าเอาศีรษะพ่อวางไว้บนแผ่นดินก็จะลุกไหม้ไปทั้งโลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ อากาศจะแห้งแล้งฟ้าฝนจะหายไปสิ้น ถ้าทิ้งลงไปในมหาสมุทร น้ำในมหาสมุทรจะแห้งแล้งไปเช่นกัน จึงสั่งให้ นางทั้ง 7 คน เอาพานมารองรับศีรษะ แล้วจึงตัดศรีษะส่งให้นางทุงษธิดาคนโต
นางทุงษจึงเอาพานรับเศียรบิดาไว้แล้วแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วอัญเชิญไปไว้ในมณฑปถ้ำคันธุรลี เขาไกรลาส บูชาด้วยเครื่องทิพย์ พระเวสสุกรรมก็เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว 7 ประการ ชื่อภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็เอาเถาฉมูนวดลงมาล้างในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วก็แจกกันเสวยทุกๆ องค์ ครั้นครบ 365 วัน โลกสมมุติว่าเป็นหนึ่งปีเป็นสงกรานต์ ธิดา 7 องค์ ของเท้ากบิลพรหมก็ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของพระบิดาออกแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วจึงกลับไปเทวโลก
บริษัทสยามแกลเลอรี่ จำกัด และสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพาณิชย์ เอื้อเฟื้อภาพประกอบ
ที่มา www.songkran.net
ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์
กล่าวไว้ว่า ก่อนพุทธกาลมีเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง อายุเลยวัยกลางคนก็ยังไร้ทายาทสืบสกุล ซึ่งทำให้ท่านเศรษฐีทุกข์ใจเป็นอันมาก ข้างรั้วบ้านเศรษฐีมีครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวเป็นนักเลงสุรา ถ้าวันไหนร่ำสุราสุดขีด ก็จะพูดเสียงดังแสดงวาจาเยาะเย้ยเศรษฐีสบประมาทในความมีทรัพย์มาก แต่ไร้ทายาทสืบสมบัติเสมอ วันหนึ่งเศรษฐีจึงถามว่ามีความขุ่นเคืองอะไรจึงแสดงอาการเยาะเย้ยและสบประมาท เฒ่านักดื่มจึงตอบ ถึงท่านมั่งมีสมบัติมากก็จริง แต่เป็นคนมีบาปกรรมท่านจึงไม่มีบุตร ตายไปแล้วสมบัติก็ตกเป็นของผู้อื่นหมด สู้เราไม่ได้ถึงแม้จะยากจนแต่ก็มีบุตรคอยดูแลรักษายามเจ็บไข้ และรักษาทรัพย์สมบัติเมื่อเราสิ้นใจ
นับแต่นั้นมา เศรษฐียิ่งมีความเสียใจ จึงพยายามไปบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ เพียรพยายามตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร ทำเช่นนี้เป็นเวลาติดต่อกันถึงสามปี ก็ไม่ได้บุตรดังที่ตนปรารถนาจนวันหนึ่งเป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ ท่านเศรษฐีก็พาข้าทาสบริวารของตนมาที่โคนต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำที่อาศัยของนกทั้งหลาย ท่านเศรษฐีให้บริวารล้างข้าวสารด้วยน้ำสะอาดถึง 7 ครั้ง แล้วจึงหุงข้าวสารนั้น เมื่อสุกแล้วยกขึ้นบูชาพระไทร เทพเหล่านั้นเกิดความสงสาร จึงขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ ทูลขอบุตรแก่เศรษฐี พระอินทร์จึงบัญชาให้เทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “ธรรมบาล” ลงมาเกิดในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อครบกำหนดภรรยาเศรษฐีก็คลอดบุตรเป็นชาย เศรษฐีจึงตั้งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร เพื่อตอบสนองพระคุณเทพเทวา เศรษฐีจึงสร้างปราสาทสูง 7 ชั้น ถวายเทพต้นไทร
เมื่อธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้น เป็นเด็กที่มีปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ และวัยเพียง 7 ขวบก็เรียนจบไตรเพท ยังมีเทพองค์หนึ่งชื่อ “ท้าวกบิลพรหม” ได้ยินกิตติศัพท์ทางสติปัญญาอันยอดเยี่ยมของเด็กน้อย จึงคิดทดลองภูมิปัญญาโดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจึงถามปัญหา 3 ข้อ ถ้ากุมารน้อยแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อได้ กบิลพรหมจะตัดศีรษะของตนบูชา ถ้าธรรมบาลแก้ไม่ได้ ก็จะต้องเสียหัวเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ ปัญหานั้นมีว่า
1. ตอนเช้าราศีคนอยู่แห่งใด
2. ตอนเที่ยงราศีของคนอยู่แห่งใด
3. ตอนค่ำราศีของคนอยู่แห่งใด
เมื่อได้ฟังปัญหาแล้ว ธรรมบาลไม่อาจทราบคำตอบในทันทีได้ จึงผลัดวันตอบปัญหาไปอีก 7 วัน ครั้นเวลาล่วงจากนั้นไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดหาคำตอบปัญหานั้นไม่ได้ จึงหลบออกจากปราสาทหนีเข้าป่า และไปนอนพักเอาแรงใต้ต้นตาล ขณะนั้นบนต้นตาลมีนกอินทรีคู่หนึ่งอาศัยอยู่ นางนกถามสามีว่า “พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน” นกสามีก็ตอบว่า “พรุ่งนี้เราไม่ต้องบินไปไกล เพราะจะได้กินเนื้อธรรมบาลกุมาร ซึ่งจะถูกท้าวกบิลพรหมตัดหัว เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ได้” นางนกถามว่า “ปัญหานั้นว่าอย่างไร” นกสามีตอบว่า ปัญหามีอยู่ 3 ข้อ และหมายถึง
ข้อหนึ่ง ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกๆ เช้า ข้อสอง ตอนเที่ยงราศีคนอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ข้อสาม ตอนค่ำราศีคนอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน
ธรรมบาลกุมาร ได้ยินการไขปัญหาของนกอินทรี และจำจนขึ้นใจ ทั้งนี้เพราะธรรมบาลรู้ภาษานก จึงกลับสู่ปราสาทอันเป็นที่อยู่แห่งตน รุ่งขึ้นเป็นวันครบกำหนดแก้ปัญหา ท้าวกบิลพรหมมาฟังคำตอบ ธรรมบาลกุมารกล่าวแก้ปัญหาตามที่นกอินทรีคุยกันทุกประการ ท้าวกบิลพรหมจึงเรียก ธิดาทั้ง 7 ของตนอันเป็นบริจาริกาคือหญิงรับใช้ของพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าตนจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าเอาศีรษะพ่อวางไว้บนแผ่นดินก็จะลุกไหม้ไปทั้งโลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ อากาศจะแห้งแล้งฟ้าฝนจะหายไปสิ้น ถ้าทิ้งลงไปในมหาสมุทร น้ำในมหาสมุทรจะแห้งแล้งไปเช่นกัน จึงสั่งให้ นางทั้ง 7 คน เอาพานมารองรับศีรษะ แล้วจึงตัดศรีษะส่งให้นางทุงษธิดาคนโต
นางทุงษจึงเอาพานรับเศียรบิดาไว้แล้วแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วอัญเชิญไปไว้ในมณฑปถ้ำคันธุรลี เขาไกรลาส บูชาด้วยเครื่องทิพย์ พระเวสสุกรรมก็เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว 7 ประการ ชื่อภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็เอาเถาฉมูนวดลงมาล้างในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วก็แจกกันเสวยทุกๆ องค์ ครั้นครบ 365 วัน โลกสมมุติว่าเป็นหนึ่งปีเป็นสงกรานต์ ธิดา 7 องค์ ของเท้ากบิลพรหมก็ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของพระบิดาออกแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วจึงกลับไปเทวโลก
บริษัทสยามแกลเลอรี่ จำกัด และสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพาณิชย์ เอื้อเฟื้อภาพประกอบ
ที่มา www.songkran.net
゙• เบียร์มีกี่ประเภท
เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดแรกของโลก เกิดขึ้นก่อนสุรา เป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาตั้งแต่สมัยโบราณ (๖,๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาล) วัตถุดิบที่ใช้ผลิตเบียร์ได้แก่ข้าว ซึ่งจะเป็นข้าวอะไรก็ได้แล้วแต่ความนิยม เช่น ญี่ปุ่นใช้ข้าวเจ้า รัสเซียใช้ข้าวไรเยอรมนีและไทยใช้ข้าวบาร์เลย์ นอกจากนี้ข้าวโพดก็ใช้ทำเบียร์ได้ ในเม็กชิโกบางท้องถิ่นใช้ต้นแคกตัส
กลิ่นและรสเบียร์มาจากดอกฮอป (hop) ซึ่งเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง ถ้าไม่ใส่ดอกฮอปจะไม่ได้รสขมอย่างอ่อน ๆ ของเบียร์จะได้ไวน์แทนเบียร์ ฮอปที่ปลูกต่างท้องที่กันให้รสชาติต่างกันเล็กน้อย ที่ถือว่าดีเลิศมาจากสาธารณรัฐเช็ก ผู้ผลิตแต่ละคนมีสูตรผสมดอกฮอปต่างกัน เป็นลักษณะเฉพาะของเบียร์แต่ละอย่าง
ประเภทของเบียร์สามารถจำแนกได้ดังนี้
๑. เอลเบียร์ (ale beer) มีสีดำอ่อนแต่ขมมาก เพราะใช้ยีสต์ประเภททอปยีสต์ในการหมัก มีกลิ่นของมอลต์ หมักด้วยอุณหภูมิที่สูงมากพอสมควร
๒. ลาเกอร์เบียร์ (lager beer) ผลิตจากมอลต์ บางครั้งอาจใช้เมล็ดข้าวโพดแทนได้ สีของเบียร์จะไม่เข้ม แอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง เมืองไทยมีเบียร์ประเภทนี้มากที่สุดเนื่องจากรสชาติถูกคอคนไทย ผลิตมากในสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเบียร์ชนิดนี้ก็ เช่น เบียร์สิงห์ คลอสเตอร์ ไฮเนเกน ช้าง บัดไวเซอร์ คาร์ลส์ เบอร์ก หากลดดีกรีแอลกอฮอล์ลงจะกลายเป็นไลต์เบียร์ เช่น สิงห์ไลต์ บัดไลต์ ฯลฯ
๓. สเตาต์เบียร์ (stout beer) เป็นเบียร์ที่มีสีดำเข้มข้นจัดเป็นเอลเบียร์ประเภทหนึ่ง แต่สเตาต์เบียร์มีรสชาติหวานกว่ามีกลิ่นฉุนของดอกฮอปและมอลต์ชัดเจน เป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวอังกฤษ สกอต ไอริช ในเมืองไทยราคาค่อนข้างแพง แต่คอเบียร์มีอายุจะชอบ เพราะเชื่อว่าสเตาต์เบียร์บำรุงสุขภาพมากกว่าเบียร์ประเภทอื่น ๆ
๔. พอร์ตเตอร์เบียร์ (porter beer) จัดเป็นเอลเบียร์ประเภทหนึ่งแต่กลิ่นของดอกฮอปน้อยกว่า รสชาติคล้ายสเตาต์เบียร์แต่มีรสหวานและมีฟองมากกว่า
๕. บ็อกเบียร์ (bock beer) มีรสชาติเข้มข้น หวานนำนิด ๆ ในเยอรมนีจะผลิตเบียร์พวกนี้มาก
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี"
กลิ่นและรสเบียร์มาจากดอกฮอป (hop) ซึ่งเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง ถ้าไม่ใส่ดอกฮอปจะไม่ได้รสขมอย่างอ่อน ๆ ของเบียร์จะได้ไวน์แทนเบียร์ ฮอปที่ปลูกต่างท้องที่กันให้รสชาติต่างกันเล็กน้อย ที่ถือว่าดีเลิศมาจากสาธารณรัฐเช็ก ผู้ผลิตแต่ละคนมีสูตรผสมดอกฮอปต่างกัน เป็นลักษณะเฉพาะของเบียร์แต่ละอย่าง
ประเภทของเบียร์สามารถจำแนกได้ดังนี้
๑. เอลเบียร์ (ale beer) มีสีดำอ่อนแต่ขมมาก เพราะใช้ยีสต์ประเภททอปยีสต์ในการหมัก มีกลิ่นของมอลต์ หมักด้วยอุณหภูมิที่สูงมากพอสมควร
๒. ลาเกอร์เบียร์ (lager beer) ผลิตจากมอลต์ บางครั้งอาจใช้เมล็ดข้าวโพดแทนได้ สีของเบียร์จะไม่เข้ม แอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง เมืองไทยมีเบียร์ประเภทนี้มากที่สุดเนื่องจากรสชาติถูกคอคนไทย ผลิตมากในสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเบียร์ชนิดนี้ก็ เช่น เบียร์สิงห์ คลอสเตอร์ ไฮเนเกน ช้าง บัดไวเซอร์ คาร์ลส์ เบอร์ก หากลดดีกรีแอลกอฮอล์ลงจะกลายเป็นไลต์เบียร์ เช่น สิงห์ไลต์ บัดไลต์ ฯลฯ
๓. สเตาต์เบียร์ (stout beer) เป็นเบียร์ที่มีสีดำเข้มข้นจัดเป็นเอลเบียร์ประเภทหนึ่ง แต่สเตาต์เบียร์มีรสชาติหวานกว่ามีกลิ่นฉุนของดอกฮอปและมอลต์ชัดเจน เป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวอังกฤษ สกอต ไอริช ในเมืองไทยราคาค่อนข้างแพง แต่คอเบียร์มีอายุจะชอบ เพราะเชื่อว่าสเตาต์เบียร์บำรุงสุขภาพมากกว่าเบียร์ประเภทอื่น ๆ
๔. พอร์ตเตอร์เบียร์ (porter beer) จัดเป็นเอลเบียร์ประเภทหนึ่งแต่กลิ่นของดอกฮอปน้อยกว่า รสชาติคล้ายสเตาต์เบียร์แต่มีรสหวานและมีฟองมากกว่า
๕. บ็อกเบียร์ (bock beer) มีรสชาติเข้มข้น หวานนำนิด ๆ ในเยอรมนีจะผลิตเบียร์พวกนี้มาก
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี"
゙• ส่วนไหนของพริกที่เผ็ดที่สุด
สารในเม็ดพริกที่ทำให้เรารู้สึกเผ็ด เรียกว่า แค็บไซซิน (capsaicin) มีอยู่มากที่ไส้ใน รองลงมาคือเมล็ด เพราะฉะนั้นถ้าเราเลาะเอาไส้และเมล็ดออกความเผ็ดจะลดลงถึงร้อยละ ๙๐ ยิ่งถ้าเอาพริกไปต้ม ความเผ็ดก็แทบไม่เหลือหลอ
พริกเผ็ดออกอย่างนี้ เหตุใดบางคนจึงชอบกินเผ็ดมาก
เภสัชกร สรจักร ศิริบริรักษ์ เล่าไว้ใน เภสัชโภชนา ว่า พอล โรซิน นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียค้นพบว่า ความเผ็ดจะไปกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเอ็นดอร์ฟินในสมองส่วนกลาง ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน
สารเอ็นดอร์ฟินนี้รู้จักกันดีว่าเป็นตัวสร้างความสุข ดังนั้นเมื่อรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด ผู้รับประทานจะเกิดความสุขไปพร้อม ๆ กัน และเป็นเหตุให้อยากเพิ่มปริมาณพริกในอาหารขึ้นทีละน้อย เพื่อให้ได้ความสุขมากขึ้น
แต่แม้จะมีความสุขอย่างไรก็ตาม พึงสังวรณ์ไว้ด้วยว่าภาษิตชาวบ้านที่ว่า “อร่อยปากลำบากตูด" นั้น ยังเป็นจริงเสมอ
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”
พริกเผ็ดออกอย่างนี้ เหตุใดบางคนจึงชอบกินเผ็ดมาก
เภสัชกร สรจักร ศิริบริรักษ์ เล่าไว้ใน เภสัชโภชนา ว่า พอล โรซิน นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียค้นพบว่า ความเผ็ดจะไปกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเอ็นดอร์ฟินในสมองส่วนกลาง ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน
สารเอ็นดอร์ฟินนี้รู้จักกันดีว่าเป็นตัวสร้างความสุข ดังนั้นเมื่อรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด ผู้รับประทานจะเกิดความสุขไปพร้อม ๆ กัน และเป็นเหตุให้อยากเพิ่มปริมาณพริกในอาหารขึ้นทีละน้อย เพื่อให้ได้ความสุขมากขึ้น
แต่แม้จะมีความสุขอย่างไรก็ตาม พึงสังวรณ์ไว้ด้วยว่าภาษิตชาวบ้านที่ว่า “อร่อยปากลำบากตูด" นั้น ยังเป็นจริงเสมอ
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”
゙• สั้นๆ 4 ข้อเท่านั้น ก็รู้นิสัยแล้ว
แบบทดสอบทายนิสัยกันแต่ห้ามดูเฉลยก่อนนะ เดี๋ยวไม่แม่นเลือก ข้อที่ใกล้เคียงมากที่สุดนะ
1. บุคคลิกภาพของคุณเป็นอย่างไร ?
(I) ชอบสันโดษ , คิดก่อนทำ , มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากตัวเองเป็นใหญ่
(E) ชอบเข้าสังคม , ชอบไปงาน สังสรรค์ , ทำก่อนคิด , มี แรงบันดาลใจหรือความคิดจากคน-สิ่งของ , สิ่งแวดล้อม เป็นส่วนใหญ่
2. เมื่อคุณมีข้อมูลที่ต้องพิจารณา คุณจะพิจารณาข้อมูลเหล่านั้นอย่างไร ?
(S) ดู ถึงรายละเอียดของข้อมูล , ดูถึงปัญหาปัจจุบัน , ดูถึงหลักความเป็นจริง
(N) ดูถึงภาพรวมหรือข้อสรุปของข้อมูล , คาดการณ์ล่วงหน้า , ดูถึงความน่าจะเป็น ที่จะเกิดขึ้น
3. คุณใช้อะไรในการตัดสิน ใจกับปัญหา ? (โดยสัญชาตญาณของคุณ)
(T) ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ , ใช้ หลักตรรกวิทยาความถูกต้อง , คิดถึงผลที่จะตามมาจาก การตัดสินใจ
(F) ใช้ความรู้สึกในการ ตัดสินใจ , ตัดสินใจจากความชอบ , ความต้องการ , คิดถึงความต้องการและการ ตอบสนองของตน
4. คุณมีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไร ?
(J) ชอบวางแผนในการใช้ชีวิตประจำวัน , ชอบ ตั้งเป้าหมาย ระยะเวลา วันที่ในการทำ , ชอบตัดสินใจ เพื่อให้จบปัญหา
(P) ยอมรับการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งรอบตัว , ไม่ยึดติด , มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ , รับฟังความคิดผู้อื่น
วิธีการ : เลือกตัวอักษรภาษาอังกฤษหน้าข้อที่เลือก แล้วนำมาเรียงกัน
คำเฉลย :
ISTJ ?-> ?The Duty Fulfiller ? ' ผู้สำเร็จ '- มีสมาธิสูง , เงียบ , เป็นคนรักครอบครัว- ละเอียด , จริงจัง และ ไว้ใจได้- ทำงาน หนัก , เจ้าระเบียบ และ มีความรับผิดชอบสูง- อาจจะทำให้ถูกเอาเปรียบได้ เพราะความที่เขาซื้อสัตย์และเป็นที่พึ่งได้- ไม่ เก่งเรื่องของความรู้สึก
ISTP ?-> ?The Mechanic ?' ช่างเครื่อง '- เงียบ , ชอบผจญภัย และ กีฬา- ชอบเสี่ย ง , เป็นตัวของตัวเอง , แก้ปัญหาเก่ง- มองโลกในแง่ดี แต่อาจโกรธง่ายตอนเครียด- ปกติไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้คนอื่นอยู่ทั้งดีและไม่ดี
ISFJ ?-> ?The Nurturer ?' ผู้ดูแล '- เงียบ , ใจดี , มี สติ- มีความรับผิดชอบ แก่ภาระและหน้าที่- คิดถึงคนอื่นก่อนตัว , จำคนเก่ง- เสียกำลังใจเมื่อถูกวิจารณ์- ชอบ เก็บความรู้สึกไว้กับตัวเอง
ISFP ?-> ?The Artist ?' ศิลปิน '- เงียบ , ใจดี , จริงจัง และ อ่อนไหว- ไม่ชอบการโต้ แย้ง , ไม่ชอบระเบียบ- ความคิดสร้างสรรค์ และ ไม่เหมือนใคร- รักขอบสวยของงาม- เข้าใจยาก , เปิดเผยตัวเองกับคนใกล้ชิดเท่านั้น- ใช้ชีวิตอย่างจริงจัง
INFJ ?-> ?The Protector ?' ผู้ป้องกัน '- ความคิดสร้างสรรค์ , อ่อนไหว , เป็นตัวของตัวเอง- เก่งเรื่อง คน และ สถานการณ์- เป็นคนลึกซึ้ง , ซับซ้อน , ชอบความเป็นส่วนตัว- เ ข้าใจยาก , มีความมั่นใจในตัวเองสูง , ดื้อรั้นต่อความคิดของผู้อื่น- ไม่ชอบการโต้แย้ง
INFP ?-> ?The Idealist ?' นักอุดมการณ์ '- เงียบ , ซื่อสัตย์ , ชอบอุดมการณ์- ชอบช่วยเหลือ และ เข้าใจคนอื่น- ไม่ชอบการโต้แย้ง- ซื่อสัตย์ต่อตนเอง- มีความคิดสร้างสรรค์
INTJ ?-> ?The Scientist ?' นักวิทยาศาสตร์ '- ฉลาด . มุ่งมั่น , ไม่เหมือนใคร- เป็นผู้นำที่ดี , มีความมั่นใจสูง , มองการณ์ไกล- ชอบคิด คนเดียว และ ชอบอยู่คนเดียว , ชอบด่วนสรุป- ไม่ชอบรายละเอียด , คิดว่าตนเอง ถูกเสมอ- บอกความรู้สึกไม่เก่ง , จะมีปัญหากับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด
INTP ?-> ?The Thinker ?' นักคิด '- ความคิดสร้างสรรค์ , เป็นตัวของ ตัวเอง , มีเหตุมีผลและมีความสามารถสูง- ไม่อยากถูกนำหรือนำคนอื่น , ไม่ ชอบระเบียบ- ใช้เวลาในหัวตัวเองมาก , ไม่อยู่ กับเนื้อกับตัว- เงียบ , ไม่ค่อยรู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไง- ม ีอารมณ์ซับซ้อน , ไม่อยู่นิ่ง และ แปรปรวน
ESTP ?-> ?The Doer ?' ผู้กระทำ '- เป็นมิตร , ยืดหยุ่นง่าย , เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นเก่ง- ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์- ใช้ชีวิตที่สนุกสนาน จึงทำให้ผ่านไปเร็ว- รักสนุก , สามารถทำร้ายจิตใจผู้อื่นโดย ไม่รู้ตัว- ไม่ชอบเคารพกฎระเบียบ- เบื่อง่าย
ESTJ ?-> ?The Guardian ?' ผู้พิทักษ์ '- มีระเบียบ , ซื่อตรง , ตรงไปตรงมา- มีความมั่นใจในตัวเอง , มีความสามารถ . ทำงานหนัก , เป็น ผู้นำ- ชอบความปลอดภัย และ ควา มสงบสุข- บอกความรู้สึก และ ความห่วงใยไม่เก่ง
ESFP ?-> ?The Performer ?' ผู้แสดง '- อยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ , มีมนุษย สัมพันธ์ดี , รักสนุก และทำงานเป็นทีมได้ดี- มองโลกในแง่ดี , ต้อนรับทุกคน แต่ก็เกลียดทุกคนได้เหมือนกัน- ไม่ชอบงานประจำ , คิดมากเวลาเครียด- รักสวยรัก งาม
ESFJ ?-> ?The Caregiver ?' นักใส่ใจ '- มีน้ำใจ , คนชอบ , มีสติ , มีความรับผิดชอบ- เก่งเรื่องคน , เข้าใจ , สนใจ และ ปรับตามคนได้- ชอบให้คนชอบ , ชอบบริการผู้อื่นก่อนตนเอง- รักสงบ และ ความปลอดภัย , ไว้ใจได้ , กระตือรือร้น- อ่อนไหว , ต้องการการเห็นด้วยจาก ผู้อื่น
ENFP ?-> ?The Inspirer ?' ผู้มีแรงบันดาลใจ '- มีความคิดสร้างสรรค์ , กระตือรือร้น , ยืดหยุ่น- ต้อนรับไอเดียใหม่ ๆ เสมอ แต่จะเบื่อกับรายละเอียด- มีมนุษยสัมพันธ์ดี , ชอบให้คนชอบ แต่ก็สามารถหลอกใช้ผู้อื่นได้ด้วย- เป็นคน ร่าเริง และชอบเป็นอิสระ
ENFJ ?-> ?The Giver ?' ผู้ให้ '- มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก , ห่วงใย ความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ- ไม่ชอบอยู่คนเดียว , ต้องการอยู่กับผู้อื่นตลอดเวลา- มีความสามารถที่จะทำในสิ่งที่เขาชอบหลาย ๆ อย่าง- มีความมั่นใจในตัวเอง , เจ้า ระเบียบ
ENTP ?-> ?The Visionary ?' ผู้มีวิสัยทัศน์ '- มีความคิดสร้างสรรค์ , ฉลาด , แ ก้ปัญหาเก่ง- ชอบไอเดียใหม่ , ไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ- ชอบ คุย , คุยเก่ง , หัวไว- ไม่สนใจเรื่องความรู้สึก แต่เพียงจะให้งานสำเร็จ- บางครั้งอาจจะเคร่งครัดกับคนรอบข้าง
ENTJ ? -> ?The Executive ?' ผู้บริหาร '- เป็นผู้นำตั้งแต่เกิด , พูดต่อ หน้าคนเก่ง , ฉลาด , มีความ รู้- เห็นความสำคัญในความรู้ และ ความสามารถ , ไม่มีความอดทนกับคนทำงานไม่เก่ง- แก้ปัญหาเก่ง , สามารถเข้าใจ ปัญหาซับซ้อน- เจ้ากี้เจ้าการ , ไม่มีความอดทน , เด็ดขาด , น่าเกรงขาม
ที่มา :
http://webboard.sanook.com/
1. บุคคลิกภาพของคุณเป็นอย่างไร ?
(I) ชอบสันโดษ , คิดก่อนทำ , มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากตัวเองเป็นใหญ่
(E) ชอบเข้าสังคม , ชอบไปงาน สังสรรค์ , ทำก่อนคิด , มี แรงบันดาลใจหรือความคิดจากคน-สิ่งของ , สิ่งแวดล้อม เป็นส่วนใหญ่
2. เมื่อคุณมีข้อมูลที่ต้องพิจารณา คุณจะพิจารณาข้อมูลเหล่านั้นอย่างไร ?
(S) ดู ถึงรายละเอียดของข้อมูล , ดูถึงปัญหาปัจจุบัน , ดูถึงหลักความเป็นจริง
(N) ดูถึงภาพรวมหรือข้อสรุปของข้อมูล , คาดการณ์ล่วงหน้า , ดูถึงความน่าจะเป็น ที่จะเกิดขึ้น
3. คุณใช้อะไรในการตัดสิน ใจกับปัญหา ? (โดยสัญชาตญาณของคุณ)
(T) ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ , ใช้ หลักตรรกวิทยาความถูกต้อง , คิดถึงผลที่จะตามมาจาก การตัดสินใจ
(F) ใช้ความรู้สึกในการ ตัดสินใจ , ตัดสินใจจากความชอบ , ความต้องการ , คิดถึงความต้องการและการ ตอบสนองของตน
4. คุณมีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไร ?
(J) ชอบวางแผนในการใช้ชีวิตประจำวัน , ชอบ ตั้งเป้าหมาย ระยะเวลา วันที่ในการทำ , ชอบตัดสินใจ เพื่อให้จบปัญหา
(P) ยอมรับการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งรอบตัว , ไม่ยึดติด , มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ , รับฟังความคิดผู้อื่น
วิธีการ : เลือกตัวอักษรภาษาอังกฤษหน้าข้อที่เลือก แล้วนำมาเรียงกัน
คำเฉลย :
ISTJ ?-> ?The Duty Fulfiller ? ' ผู้สำเร็จ '- มีสมาธิสูง , เงียบ , เป็นคนรักครอบครัว- ละเอียด , จริงจัง และ ไว้ใจได้- ทำงาน หนัก , เจ้าระเบียบ และ มีความรับผิดชอบสูง- อาจจะทำให้ถูกเอาเปรียบได้ เพราะความที่เขาซื้อสัตย์และเป็นที่พึ่งได้- ไม่ เก่งเรื่องของความรู้สึก
ISTP ?-> ?The Mechanic ?' ช่างเครื่อง '- เงียบ , ชอบผจญภัย และ กีฬา- ชอบเสี่ย ง , เป็นตัวของตัวเอง , แก้ปัญหาเก่ง- มองโลกในแง่ดี แต่อาจโกรธง่ายตอนเครียด- ปกติไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้คนอื่นอยู่ทั้งดีและไม่ดี
ISFJ ?-> ?The Nurturer ?' ผู้ดูแล '- เงียบ , ใจดี , มี สติ- มีความรับผิดชอบ แก่ภาระและหน้าที่- คิดถึงคนอื่นก่อนตัว , จำคนเก่ง- เสียกำลังใจเมื่อถูกวิจารณ์- ชอบ เก็บความรู้สึกไว้กับตัวเอง
ISFP ?-> ?The Artist ?' ศิลปิน '- เงียบ , ใจดี , จริงจัง และ อ่อนไหว- ไม่ชอบการโต้ แย้ง , ไม่ชอบระเบียบ- ความคิดสร้างสรรค์ และ ไม่เหมือนใคร- รักขอบสวยของงาม- เข้าใจยาก , เปิดเผยตัวเองกับคนใกล้ชิดเท่านั้น- ใช้ชีวิตอย่างจริงจัง
INFJ ?-> ?The Protector ?' ผู้ป้องกัน '- ความคิดสร้างสรรค์ , อ่อนไหว , เป็นตัวของตัวเอง- เก่งเรื่อง คน และ สถานการณ์- เป็นคนลึกซึ้ง , ซับซ้อน , ชอบความเป็นส่วนตัว- เ ข้าใจยาก , มีความมั่นใจในตัวเองสูง , ดื้อรั้นต่อความคิดของผู้อื่น- ไม่ชอบการโต้แย้ง
INFP ?-> ?The Idealist ?' นักอุดมการณ์ '- เงียบ , ซื่อสัตย์ , ชอบอุดมการณ์- ชอบช่วยเหลือ และ เข้าใจคนอื่น- ไม่ชอบการโต้แย้ง- ซื่อสัตย์ต่อตนเอง- มีความคิดสร้างสรรค์
INTJ ?-> ?The Scientist ?' นักวิทยาศาสตร์ '- ฉลาด . มุ่งมั่น , ไม่เหมือนใคร- เป็นผู้นำที่ดี , มีความมั่นใจสูง , มองการณ์ไกล- ชอบคิด คนเดียว และ ชอบอยู่คนเดียว , ชอบด่วนสรุป- ไม่ชอบรายละเอียด , คิดว่าตนเอง ถูกเสมอ- บอกความรู้สึกไม่เก่ง , จะมีปัญหากับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด
INTP ?-> ?The Thinker ?' นักคิด '- ความคิดสร้างสรรค์ , เป็นตัวของ ตัวเอง , มีเหตุมีผลและมีความสามารถสูง- ไม่อยากถูกนำหรือนำคนอื่น , ไม่ ชอบระเบียบ- ใช้เวลาในหัวตัวเองมาก , ไม่อยู่ กับเนื้อกับตัว- เงียบ , ไม่ค่อยรู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไง- ม ีอารมณ์ซับซ้อน , ไม่อยู่นิ่ง และ แปรปรวน
ESTP ?-> ?The Doer ?' ผู้กระทำ '- เป็นมิตร , ยืดหยุ่นง่าย , เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นเก่ง- ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์- ใช้ชีวิตที่สนุกสนาน จึงทำให้ผ่านไปเร็ว- รักสนุก , สามารถทำร้ายจิตใจผู้อื่นโดย ไม่รู้ตัว- ไม่ชอบเคารพกฎระเบียบ- เบื่อง่าย
ESTJ ?-> ?The Guardian ?' ผู้พิทักษ์ '- มีระเบียบ , ซื่อตรง , ตรงไปตรงมา- มีความมั่นใจในตัวเอง , มีความสามารถ . ทำงานหนัก , เป็น ผู้นำ- ชอบความปลอดภัย และ ควา มสงบสุข- บอกความรู้สึก และ ความห่วงใยไม่เก่ง
ESFP ?-> ?The Performer ?' ผู้แสดง '- อยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ , มีมนุษย สัมพันธ์ดี , รักสนุก และทำงานเป็นทีมได้ดี- มองโลกในแง่ดี , ต้อนรับทุกคน แต่ก็เกลียดทุกคนได้เหมือนกัน- ไม่ชอบงานประจำ , คิดมากเวลาเครียด- รักสวยรัก งาม
ESFJ ?-> ?The Caregiver ?' นักใส่ใจ '- มีน้ำใจ , คนชอบ , มีสติ , มีความรับผิดชอบ- เก่งเรื่องคน , เข้าใจ , สนใจ และ ปรับตามคนได้- ชอบให้คนชอบ , ชอบบริการผู้อื่นก่อนตนเอง- รักสงบ และ ความปลอดภัย , ไว้ใจได้ , กระตือรือร้น- อ่อนไหว , ต้องการการเห็นด้วยจาก ผู้อื่น
ENFP ?-> ?The Inspirer ?' ผู้มีแรงบันดาลใจ '- มีความคิดสร้างสรรค์ , กระตือรือร้น , ยืดหยุ่น- ต้อนรับไอเดียใหม่ ๆ เสมอ แต่จะเบื่อกับรายละเอียด- มีมนุษยสัมพันธ์ดี , ชอบให้คนชอบ แต่ก็สามารถหลอกใช้ผู้อื่นได้ด้วย- เป็นคน ร่าเริง และชอบเป็นอิสระ
ENFJ ?-> ?The Giver ?' ผู้ให้ '- มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก , ห่วงใย ความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ- ไม่ชอบอยู่คนเดียว , ต้องการอยู่กับผู้อื่นตลอดเวลา- มีความสามารถที่จะทำในสิ่งที่เขาชอบหลาย ๆ อย่าง- มีความมั่นใจในตัวเอง , เจ้า ระเบียบ
ENTP ?-> ?The Visionary ?' ผู้มีวิสัยทัศน์ '- มีความคิดสร้างสรรค์ , ฉลาด , แ ก้ปัญหาเก่ง- ชอบไอเดียใหม่ , ไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ- ชอบ คุย , คุยเก่ง , หัวไว- ไม่สนใจเรื่องความรู้สึก แต่เพียงจะให้งานสำเร็จ- บางครั้งอาจจะเคร่งครัดกับคนรอบข้าง
ENTJ ? -> ?The Executive ?' ผู้บริหาร '- เป็นผู้นำตั้งแต่เกิด , พูดต่อ หน้าคนเก่ง , ฉลาด , มีความ รู้- เห็นความสำคัญในความรู้ และ ความสามารถ , ไม่มีความอดทนกับคนทำงานไม่เก่ง- แก้ปัญหาเก่ง , สามารถเข้าใจ ปัญหาซับซ้อน- เจ้ากี้เจ้าการ , ไม่มีความอดทน , เด็ดขาด , น่าเกรงขาม
ที่มา :
http://webboard.sanook.com/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
