ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ และเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงามฝังลึกอยู่ในชีวิตของคนคำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต แปลว่า ผ่านหรือเคลื่อนย้าย หมายถึง การเคลื่อนย้ายยมาช้านาน การย้ายของพระอาทิตย์เข้าไปจักรราศีใดราศีหนึ่ง จะเป็นราศีใดก็ได้ แต่ความหมายที่คนไทยทั่วไปใช้ หมายเฉพาะวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายนเท่านั้น
ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์
กล่าวไว้ว่า ก่อนพุทธกาลมีเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง อายุเลยวัยกลางคนก็ยังไร้ทายาทสืบสกุล ซึ่งทำให้ท่านเศรษฐีทุกข์ใจเป็นอันมาก ข้างรั้วบ้านเศรษฐีมีครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวเป็นนักเลงสุรา ถ้าวันไหนร่ำสุราสุดขีด ก็จะพูดเสียงดังแสดงวาจาเยาะเย้ยเศรษฐีสบประมาทในความมีทรัพย์มาก แต่ไร้ทายาทสืบสมบัติเสมอ วันหนึ่งเศรษฐีจึงถามว่ามีความขุ่นเคืองอะไรจึงแสดงอาการเยาะเย้ยและสบประมาท เฒ่านักดื่มจึงตอบ ถึงท่านมั่งมีสมบัติมากก็จริง แต่เป็นคนมีบาปกรรมท่านจึงไม่มีบุตร ตายไปแล้วสมบัติก็ตกเป็นของผู้อื่นหมด สู้เราไม่ได้ถึงแม้จะยากจนแต่ก็มีบุตรคอยดูแลรักษายามเจ็บไข้ และรักษาทรัพย์สมบัติเมื่อเราสิ้นใจ
นับแต่นั้นมา เศรษฐียิ่งมีความเสียใจ จึงพยายามไปบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ เพียรพยายามตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร ทำเช่นนี้เป็นเวลาติดต่อกันถึงสามปี ก็ไม่ได้บุตรดังที่ตนปรารถนาจนวันหนึ่งเป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ ท่านเศรษฐีก็พาข้าทาสบริวารของตนมาที่โคนต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำที่อาศัยของนกทั้งหลาย ท่านเศรษฐีให้บริวารล้างข้าวสารด้วยน้ำสะอาดถึง 7 ครั้ง แล้วจึงหุงข้าวสารนั้น เมื่อสุกแล้วยกขึ้นบูชาพระไทร เทพเหล่านั้นเกิดความสงสาร จึงขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ ทูลขอบุตรแก่เศรษฐี พระอินทร์จึงบัญชาให้เทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “ธรรมบาล” ลงมาเกิดในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อครบกำหนดภรรยาเศรษฐีก็คลอดบุตรเป็นชาย เศรษฐีจึงตั้งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร เพื่อตอบสนองพระคุณเทพเทวา เศรษฐีจึงสร้างปราสาทสูง 7 ชั้น ถวายเทพต้นไทร
เมื่อธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้น เป็นเด็กที่มีปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ และวัยเพียง 7 ขวบก็เรียนจบไตรเพท ยังมีเทพองค์หนึ่งชื่อ “ท้าวกบิลพรหม” ได้ยินกิตติศัพท์ทางสติปัญญาอันยอดเยี่ยมของเด็กน้อย จึงคิดทดลองภูมิปัญญาโดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจึงถามปัญหา 3 ข้อ ถ้ากุมารน้อยแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อได้ กบิลพรหมจะตัดศีรษะของตนบูชา ถ้าธรรมบาลแก้ไม่ได้ ก็จะต้องเสียหัวเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ ปัญหานั้นมีว่า
1. ตอนเช้าราศีคนอยู่แห่งใด
2. ตอนเที่ยงราศีของคนอยู่แห่งใด
3. ตอนค่ำราศีของคนอยู่แห่งใด
เมื่อได้ฟังปัญหาแล้ว ธรรมบาลไม่อาจทราบคำตอบในทันทีได้ จึงผลัดวันตอบปัญหาไปอีก 7 วัน ครั้นเวลาล่วงจากนั้นไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดหาคำตอบปัญหานั้นไม่ได้ จึงหลบออกจากปราสาทหนีเข้าป่า และไปนอนพักเอาแรงใต้ต้นตาล ขณะนั้นบนต้นตาลมีนกอินทรีคู่หนึ่งอาศัยอยู่ นางนกถามสามีว่า “พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน” นกสามีก็ตอบว่า “พรุ่งนี้เราไม่ต้องบินไปไกล เพราะจะได้กินเนื้อธรรมบาลกุมาร ซึ่งจะถูกท้าวกบิลพรหมตัดหัว เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ได้” นางนกถามว่า “ปัญหานั้นว่าอย่างไร” นกสามีตอบว่า ปัญหามีอยู่ 3 ข้อ และหมายถึง
ข้อหนึ่ง ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกๆ เช้า ข้อสอง ตอนเที่ยงราศีคนอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ข้อสาม ตอนค่ำราศีคนอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน
ธรรมบาลกุมาร ได้ยินการไขปัญหาของนกอินทรี และจำจนขึ้นใจ ทั้งนี้เพราะธรรมบาลรู้ภาษานก จึงกลับสู่ปราสาทอันเป็นที่อยู่แห่งตน รุ่งขึ้นเป็นวันครบกำหนดแก้ปัญหา ท้าวกบิลพรหมมาฟังคำตอบ ธรรมบาลกุมารกล่าวแก้ปัญหาตามที่นกอินทรีคุยกันทุกประการ ท้าวกบิลพรหมจึงเรียก ธิดาทั้ง 7 ของตนอันเป็นบริจาริกาคือหญิงรับใช้ของพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าตนจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าเอาศีรษะพ่อวางไว้บนแผ่นดินก็จะลุกไหม้ไปทั้งโลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ อากาศจะแห้งแล้งฟ้าฝนจะหายไปสิ้น ถ้าทิ้งลงไปในมหาสมุทร น้ำในมหาสมุทรจะแห้งแล้งไปเช่นกัน จึงสั่งให้ นางทั้ง 7 คน เอาพานมารองรับศีรษะ แล้วจึงตัดศรีษะส่งให้นางทุงษธิดาคนโต
นางทุงษจึงเอาพานรับเศียรบิดาไว้แล้วแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วอัญเชิญไปไว้ในมณฑปถ้ำคันธุรลี เขาไกรลาส บูชาด้วยเครื่องทิพย์ พระเวสสุกรรมก็เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว 7 ประการ ชื่อภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็เอาเถาฉมูนวดลงมาล้างในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วก็แจกกันเสวยทุกๆ องค์ ครั้นครบ 365 วัน โลกสมมุติว่าเป็นหนึ่งปีเป็นสงกรานต์ ธิดา 7 องค์ ของเท้ากบิลพรหมก็ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของพระบิดาออกแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วจึงกลับไปเทวโลก
บริษัทสยามแกลเลอรี่ จำกัด และสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพาณิชย์ เอื้อเฟื้อภาพประกอบ
ที่มา www.songkran.net
゙• Depapepe
: Depapepe - デパペペ :
ก่อตั้งวงครั้งแรกเมื่อ ปี 2002 ทำอัลบั้มอินดี้ (ใต้ดิน) อยู่ 3 อัลบั้ม
หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2005 ก็ออกอัลบั้มบนดินอัลบั้มแรก มีชื่ออัลบั้มว่า Let's Go!!! ในสังกัดของ Sony Music Japan
Depapepe เป็นชื่อวงที่เกิดจากการเล่นคำ โดยนำชื่อเล่นของสมาชิกใน วงทั้ง 2 คน มาต่อกัน คือ Depa + Pepe
Depapepe เป็นวงมาจากญี่ปุ่น มีสมาชิก 2 คนด้วยกัน ก็ตอนแรกเล่นใต้ดินและพอผลงานเป็นที่รู้จักก็ขึ้นมาบนดินแล้วล่ะ แนวเพลงเป็นการถ่ายทอดอารมณ์เพลงผ่านกีตาร์ โดยมีทั้งเพลงช้าและเร็ว เน้นจินตนาการ ไม่มีการร้องประกอบนะ ใช้กีตาร์ถ่ายทอดอารมณ์ออกมา
ทาคุยะ มิอุระ [ Takuya Miura] Depa
มาจาก : Nada-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 5 เมษายน 1983
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Deppa, Depa-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B, Nuno Bettencourt, Michael Schenker
วิชาที่ถนัด : คณิตศาสตร์
วิชาที่ไม่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น สังคมศึกษา
อาหารที่ทำได้ : Stir-fried rice
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : Father, Taku-san
งานอดิเรก : เดินและมองไปในสวนหรือสนามหญ้าพร้อมทำตัวให้สบาย
หนังสือเล่มโปรด : One Piece, Beck
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ที่บ้าน
คอนเสิร์ตครั้งแรก : B’z’
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Osama Fuka-Murasaki Densetsu
โยชินาริ โทคุโอกะ [ Yoshinari Tokuoka] Pepe
มาจาก : Suma-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 15 กรกฎาคม 1977
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Taku-san, Pepe-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B,Jun Kajiwara
วิชาที่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น, ยิมนาสติก
วิชาที่ไม่ถนัด : คณิตศาสตร์
อาหารที่ทำได้ : Dried curry, recipes using ponzu sauce
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : My parents, Jun Kajiwara, Hi-Standard
งานอดิเรก : ตกปลา
หนังสือเล่มโปรด : Acoustic Guitar Magazine
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ในห้องตัวเอง
คอนเสิร์ตครั้งแรก : Stevie Wonder’s
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Hikaru Genji, Katsumi
ลองหาฟังได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=BrhMYsgub_s&feature=related
ก่อตั้งวงครั้งแรกเมื่อ ปี 2002 ทำอัลบั้มอินดี้ (ใต้ดิน) อยู่ 3 อัลบั้ม
หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2005 ก็ออกอัลบั้มบนดินอัลบั้มแรก มีชื่ออัลบั้มว่า Let's Go!!! ในสังกัดของ Sony Music Japan
Depapepe เป็นชื่อวงที่เกิดจากการเล่นคำ โดยนำชื่อเล่นของสมาชิกใน วงทั้ง 2 คน มาต่อกัน คือ Depa + Pepe
Depapepe เป็นวงมาจากญี่ปุ่น มีสมาชิก 2 คนด้วยกัน ก็ตอนแรกเล่นใต้ดินและพอผลงานเป็นที่รู้จักก็ขึ้นมาบนดินแล้วล่ะ แนวเพลงเป็นการถ่ายทอดอารมณ์เพลงผ่านกีตาร์ โดยมีทั้งเพลงช้าและเร็ว เน้นจินตนาการ ไม่มีการร้องประกอบนะ ใช้กีตาร์ถ่ายทอดอารมณ์ออกมา
ทาคุยะ มิอุระ [ Takuya Miura] Depa
มาจาก : Nada-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 5 เมษายน 1983
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Deppa, Depa-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B, Nuno Bettencourt, Michael Schenker
วิชาที่ถนัด : คณิตศาสตร์
วิชาที่ไม่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น สังคมศึกษา
อาหารที่ทำได้ : Stir-fried rice
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : Father, Taku-san
งานอดิเรก : เดินและมองไปในสวนหรือสนามหญ้าพร้อมทำตัวให้สบาย
หนังสือเล่มโปรด : One Piece, Beck
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ที่บ้าน
คอนเสิร์ตครั้งแรก : B’z’
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Osama Fuka-Murasaki Densetsu
โยชินาริ โทคุโอกะ [ Yoshinari Tokuoka] Pepe
มาจาก : Suma-ku, Kobe, Japan
วันเกิด : 15 กรกฎาคม 1977
กรุ๊ปเลือด : O
ชื่อเล่น : Taku-san, Pepe-san
ศิลปินในดวงใจ : J&B,Jun Kajiwara
วิชาที่ถนัด : ภาษาญี่ปุ่น, ยิมนาสติก
วิชาที่ไม่ถนัด : คณิตศาสตร์
อาหารที่ทำได้ : Dried curry, recipes using ponzu sauce
บุลคลที่เป็นแรงบันดาลใจ : My parents, Jun Kajiwara, Hi-Standard
งานอดิเรก : ตกปลา
หนังสือเล่มโปรด : Acoustic Guitar Magazine
สถานที่ที่ใช้แต่งเพลง : ในห้องตัวเอง
คอนเสิร์ตครั้งแรก : Stevie Wonder’s
ซีดีแผ่นแรกที่ซื้อ : Hikaru Genji, Katsumi
ลองหาฟังได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=BrhMYsgub_s&feature=related
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น